posttoday
ของแพง ดันเงินเฟ้อมิ.ย.พุ่งต่อ

ของแพง ดันเงินเฟ้อมิ.ย.พุ่งต่อ

03 กรกฎาคม 2554

สถานการณ์สินค้าแพง ยังคงเป็นปัญหาปากท้องประชาชนให้ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

สถานการณ์สินค้าแพง ยังคงเป็นปัญหาปากท้องประชาชนให้ต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศอัตราเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. 2554 พบว่ายังขยายตัวเพิ่ม 4.06% เทียบกับมิ.ย. 2553 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.) สูงขึ้นแล้ว 3.56% เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2553

สาเหตุของเงินเฟ้อสูงขึ้น เป็นผลมาจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่มขยายตัวสูงขึ้น 7.76% สินค้าสำคัญราคาแพงขึ้น ได้แก่ ข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์ 3.78% เนื้อสัตว์ 11.49% ไข่และผลิตภัณฑ์นม 4.17% ผักและผลไม้ 5.60% เครื่องประกอบอาหาร 13.62% อาหารบริโภคในบ้าน 10.54%

ของแพง ดันเงินเฟ้อมิ.ย.พุ่งต่อ

 

จากผลของราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นนี้ ส่งผลให้กระทรวงพาณิชย์เร่งหามาตรการเข้ามาดูแลสินค้า ล่าสุดเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มีรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน อนุมัติห้ามการเคลื่อนย้ายสุกรใน 24 จังหวัดติดชายแดน ป้องกันการลักลอบส่งออกหมูไปประเทศเพื่อนบ้านสูงเกินระดับปกติ เพื่อฟันกำไรส่วนต่างจนทำให้หมูในประเทศขาดแคลนและราคาแพง

ลดปาล์มขวด 5 บาท

ยังมีข่าวดีสำหรับคนไทย เพราะล่าสุดคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาน้ำมันพืช ได้สั่งปรับลดราคาเพดานน้ำมันปาล์มบรรจุขวด (ลิตร) ลงมาแล้ว 5 บาท โดยน้ำมันปาล์มขวดจะลดจาก 47 บาท เหลือ 42 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ก.ค.นี้ แต่กรมการค้าภายในจะให้ระยะเวลาร้านค้ารายย่อยปรับตัวเพื่อระบายน้ำมันปาล์มขวดที่เป็นสต๊อกเก่าเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานการณ์ตามร้านค้าและตลาดทั่วไป เพื่อให้จำหน่ายน้ำมันปาล์มไม่เกินเพดานควบคุม

ต่ออายุรถไฟ-รถเมล์ฟรี

นอกจากปาล์มขวดที่ราคาลดลงแล้ว บอร์ดการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ยังได้ขยายระยะเวลาลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนออกไปอีก 4 เดือน โดยประชาชนยังคงสามารถใช้บริการรถไฟชั้น 3 ได้ฟรีต่อไปตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ต.ค.นี้

ด้านบอร์ดองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ก็ได้เห็นชอบต่ออายุบริการรถเมล์ฟรี (รถร้อน) เช่นเดียวกัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีผล 1 ก.ค.นี้ เพื่อช่วยเหลือภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

น้ำมันครึ่งปีหลังทะลุ 100 เหรียญ

หันมาดูสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนภาคขนส่งและการผลิตสินค้า ล่าสุดนายวีระพล จิรประดิษฐ์กุล อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) ประเมินว่า ราคาน้ำมันตลาดโลกช่วงครึ่งปีหลังจะอยู่ระดับ 100-120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากความต้องการใช้เพิ่มขึ้นจากปัจจัยเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของค่าเงิน และสหรัฐอเมริกาอาจเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นประจำอย่างพายุเฮอริเคนเพิ่มขึ้น

ลอยตัวแอลพีจี

ขณะที่ปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะมีความต้องการใช้ชะลอตัวเล็กน้อย เฉลี่ยอยู่ในระดับ 6.5 หมื่นตัน/เดือน จากการปรับขึ้นราคาแอลพีจีอีก 3 บาท/กิโลกรัม ที่จะเริ่มต้นในเดือนก.ค. ตามมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่กำหนดให้ทยอยปรับขึ้นราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรมไตรมาสละ 3 บาท/กิโลกรัม รวมทั้งหมด 4 ครั้ง หรือ 12 บาท/กิโลกรัม ภายใน 1 ปี จากปัจจุบันที่ราคาแอลพีจีอยู่ที่ 18.13 บาท/กิโลกรัม แต่มีนโยบายผ่อนผันไม่ให้กระทบกับผู้ใช้แอลพีจีรายย่อย สามารถใช้ถังแอลพีจี ขนาด 48 ก.ก.ได้ รวมกันไม่เกิน 20 ถัง ซึ่งจะจ่ายในราคาก๊าซแอลพีจีภาคครัวเรือน

การปรับขึ้นแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม เพื่อแก้ไขปัญหากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ใช้เงินอุดหนุนไปแล้ว 4.7 หมื่นล้านบาท หากในระยะยาวยังตรึงราคาอยู่ จะทำให้การใช้แอลพีจีทุกประเภทจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการใช้ในภาคขนส่ง

จับนอมินีดีแทคยืด 1 ปี

กลายเป็นหนังม้วนยาวของค่ายมือถือ 2 ค่ายใหญ่ซัดกันเอง หลังจากที่บริษัททรู คอร์ปอร์เรชั่น ได้ยื่นฟ้องต่อศาลให้มีการตรวจสอบการถือหุ้นของบริษัทดีแทค ว่ามีโครงสร้างเป็นคนต่างด้าวหรือไม่ จนกรมพัฒนาธุรกิจการค้าในฐานะนายทะเบียนเข้ามาร่วมวงตรวจสอบกรณีดังกล่าว โดยได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายมาให้ข้อมูล และเตรียมจะสรุปผลโครงสร้างบริษัทดีแทคว่าเป็นบริษัทไทยหรือต่างด้าวในวันที่ 4 ก.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ออกตัวแล้วว่าผลการสรุปไม่ใช่การตัดสินว่าโครงสร้างดีแทคผิดหรือถูก ต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสินกรณีดังกล่าว สอดคล้องกับฝ่ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทรูไปยื่นหนังสือให้ตรวจสอบดีแทคด้วย ล่าสุด พล.ต.ต.ปัญญา มาเม่น รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในฐานะหัวหน้าทีมพนักงานสอบสวนโครงสร้างผู้ถือหุ้นของดีแทค ยืนยันว่า กระบวนการตรวจสอบดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลา 1 ปี เหมือนกับกรณีการตรวจสอบบริษัทกุหลาบแก้ว ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต แต่เป็นคนละส่วนกับผลสอบของกระทรวงพาณิชย์

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน