
ไทยพาณิชย์ปิดดีลซื้อซิกโก้
ผู้ถือหุ้นไฟเขียวคาดใช้เงิน2.5พันล. ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นจากรายย่อยในต.ค.นี้
ผู้ถือหุ้นไฟเขียวคาดใช้เงิน2.5พันล. ตั้งโต๊ะซื้อหุ้นจากรายย่อยในต.ค.นี้
ผู้ถือหุ้นไทยพาณิชย์ มีมติเอกฉันท์แผนเข้าซื้อ บง.สินอุตสาหกรรม ฉลุย ยันรวมพอร์ตสินเชื่อไม่ต้องกันสำรองหนี้เสียเพิ่ม
นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า แผนการเข้าซื้อกิจการบริษัทเงินทุน สินอุตสาหกรรม (SICCO) ของธนาคาร จะไม่ส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองหนี้เสียของธนาคาร ในการคำนวณราคาเสนอซื้อหุ้นดังกล่าว ได้ครอบคลุมถึงการพิจารณาคุณภาพสินทรัพย์และปริมาณการตั้งสำรองหนี้เสียของธนาคารเอาไว้แล้ว
ปัจจุบัน SICCO มีฐานเงินฝากอยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท ขณะที่ฐานสินเชื่อรวมอยู่ที่ 9,800 ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 89% และเป็นสินเชื่อธุรกิจ 11% โดยมีสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิอยู่ที่ 4.72%
ทั้งนี้ การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของธนาคารและการประชุมผู้ถือหุ้นของ SICCO ในวันที่ 30 มิ.ย. ได้มีมติอนุมัติให้เข้าซื้อกิจการ ด้วยวิธีเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมด (Tender Offer) จำนวน 366 ล้านหุ้น ที่ราคา 6.89 บาทต่อหุ้น ซึ่งคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 2,500 ล้านบาท โดยคาดว่าขั้นตอนต่างๆ จะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้
นางกรรณิกา กล่าวว่า ภายหลังการเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้น ธนาคารจะควบรวมฐานเงินฝากทั้งหมดของ SICCO กับธนาคารเข้าด้วยกัน โดยจะให้การดูแลลูกค้าของ SICCO อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามหากลูกค้ารายใดต้องการไถ่ถอน ธนาคารก็พร้อมจะคืนเงินให้ทั้งหมด ขณะที่ฐานสินเชื่อนั้นที่จะมีการควบรวมนั้น จะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการขยายสินเชื่อของธนาคารในปีนี้ เนื่องจากฐานสินเชื่อของ บริษัทเงินทุน สินอุตสาหกรรม มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับฐานสินเชื่อรายย่อยของธนาคารที่ 9 หมื่นล้านบาท
“แม้ว่าพอร์ตสินเชื่อส่วนใหญ่ของ SICCO เป็นสินเชื่อเช่าซื้อที่เรากำลังเน้นการเติบโต แต่ขนาดพอร์ตเล็กมาก จึงไม่น่าจะมีผลอะไรต่อแผนการขยายสินเชื่อของเราในปีนี้ ” นางกรรณิกา กล่าว
นายเกรียง วงศ์หนองเตย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายจัดการและควบคุมบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะ กรรมการของบริษัทเงินทุนสินอุตสาหกรรม (SICCO) เปิดเผยภายหลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น SICCOมีมติอนุมัติให้ดำเนินการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์และคาดว่าSCB กล่าวว่า ธนาคารจะเปิดรับซื้อหุ้นทั้งหมดจากผู้ถือหุ้นส่วนที่เหลือในช่วงปลายเดือน ก.ย. ถึงต้นเดือน ต.ค. 2554 คาดว่าจะใช้เงิน 2,525 ล้านบาท ส่วนแนวทางการจัดการกับบริษัทลูก คือ บริษัทหลักทรัพย์ ซิกโก้ และบริษัท ซิกโก้ แอ็ดไวเซอรี่ นั้น ธนาคารยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจน จนกว่าจะซื้อหุ้นสินอุตสาหกรรมก่อน ซึ่งตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กำหนดว่าถ้าได้หุ้นแม่เกินสัดส่วน 50% จะต้องรับซื้อหุ้นบริษัทลูกด้วย







