
ลุ้นต่างชาติไล่ซื้อ2หมื่นล.
กิมเอ็ง ฟันธงหุ้นไทยพุ่งลิ่วเดือน ก.ค. คาดเงินต่างชาติทะลักซื้อ 1.5-2 หมื่นล้านบาท การเมืองสงบหนุนอันดับเครดิตไทยดีขึ้น
กิมเอ็ง ฟันธงหุ้นไทยพุ่งลิ่วเดือน ก.ค. คาดเงินต่างชาติทะลักซื้อ 1.5-2 หมื่นล้านบาท การเมืองสงบหนุนอันดับเครดิตไทยดีขึ้น
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ได้ขยับเพิ่มการลงทุนในเดือน ก.ค. เป็นเดือนแรกในรอบ 3 เดือนขึ้นเป็น “บวก” จากเดือนก่อนหน้าเท่ากับตลาด และเชื่อว่าเงินทุนต่างชาติจะกลับมาสะสมหุ้นไทยอย่างโดดเด่นอีกครั้งประมาณ 1.5-2.0 หมื่นล้านบาท หลังจากขายสุทธิกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท นับตั้งแต่กลางเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และดัชนีหุ้นปรับฐาน 10% ระหว่างเดือน มิ.ย.นี้
กิมเอ็งให้กรอบดัชนีหุ้นเดือน ก.ค. เป็น 1,000-1,020 และ 1,080–1,100 และแนะนำให้ซื้อหุ้นบริษัท น้ำตาลครบุรี (KBS) ให้ราคาเหมาะสม 16 บาท บริษัท ไทยคม (THCOM) ราคา 12.30 บาท บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ให้เป้า 425 บาท ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ราคา 145 บาท บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) ราคา 195 บาท บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ราคา 20.40 บาท
สาเหตุที่นักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อหุ้นไทย เนื่องจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 และเงินปันผลกลางปี ภายใต้สมมติฐานสำคัญ ผลการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย หรือพรรคประชาธิปัตย์ รวมกับพรรคภูมิใจไทยได้ที่นั่งในสภาข้างมาก จะลดแรงกดดันด้านการเมืองลงในทันทีและหากไม่มีเหตุการณ์รุนแรง คาดว่าสถาบันจัดอันดับเครดิตอย่างมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส และเอสแอนด์พี อาจกลับมาปรับมุมมองเชิงบวกต่อไทยได้เช่นกัน
นักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส (ASP) กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยตกต่ำลงราว 8.7% โดยกลุ่มขนส่งทรุดมากที่สุด 18% ส่วนปิโตรเคมีลดลง 14% พลังงานลดลง 13% ธนาคารพาณิชย์ลดลง 11% คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะกลับมาซื้อในปลายเดือน มิ.ย และต่อเนื่องเดือน ก.ค.นี้
ดังนั้น หากตลาดมีการฟื้นตัว แนะนำให้เลือกหุ้นที่ลดลงมากกว่าตลาด เช่น บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท ไออาร์พีซี (IRPC) บริษัท ปตท. (PTT) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) บริษัท ปตท.เคมิคอล (PTTCH) และธนาคารกรุงไทย (KTB) เป็นต้น
ล่าสุด ตลาดหุ้นไทยกลับมาสดใสอีกครั้ง โดยดัชนีทะยานขึ้นปิดที่ 1,033.26 จุด เพิ่มขึ้น 19.76 จุด หรือ 1.95% มูลค่าการซื้อขายหนาตา 27,139 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 2,148 ล้านบาท หลังขายออกมาหนักๆ มาหลายวัน ส่วนสถาบันกลับมาลุยซื้อ 4,040 ล้านบาท
ทั้งนี้ แรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้นขนาดใหญ่ ทั้งหุ้นธนาคารพาณิชย์และพลังงานหลังคลายกังวลปัญหากรีซ ท่อก๊าซรั่วของ ปตท. ตลาดคาดไม่มีเหตุการณ์รุนแรง
ส่วนหุ้นบางจากปิโตรเลียม(BCP)บวกแรงเพราะเตรียมขายน้ำมันเตาที่ผลิตได้เกือบทั้งหมดให้กฟผ.ใช้ผลิตไฟฟ้าแทนก๊าซธรรมชาติ







