
กสทช.ตั้งอนุกก.สอบสัญญากสทฯ-ทรู
รักษาการกสทช.ตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุดสอบสัญญา 3 จี กสทฯ-ทรู เร่งสรุปใน 45 วัน
รักษาการกสทช.ตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุดสอบสัญญา 3 จี กสทฯ-ทรู เร่งสรุปใน 45 วัน
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ปฏิบัติหน้าที่แทนคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ หรือ บอร์ด เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.มีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการ 2 ชุดเพื่อตรวจสอบสัญญาการให้บริการโทรศัพท์3 จี เอชเอสพีเอ ระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น โดยชุดแรกจะตรวจสอบการแข่งขันและให้ปฏิบัติตามประกาศ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.
ชุดที่ 2 จะเน้นการวางกรอบการปฏิบัติตาม พรบ .องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ.2553 มาตรา 46 หรือ พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งคณะอนุกรรมการทั้ง 2 ชุดมีกรอบเวลาทำงาน 45 วันเพื่อพิจารณาสัญญาดังกล่าว
ทั้งนี้ บอร์ดได้เห็นชอบการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีย่านความถี่ 800 เมกะเฮิร์ตซ จากระบบซีดีเอ็มเอมาเป็นเอชเอสพีเอของ กสทฯ โดยเหตุผลที่บอร์ดอนุมัติ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการอัพเกรดทางเทคโนโลยี และเป็นการเพิ่มทางเลือก ซึ่งเงื่อนไขการอัพเกรดเทคโนโลยีดังกล่าวผู้บริโภคจะต้องไม่เดือดร้อนและไม่กระทบกับสาธารณะ รวมถึงต้องไม่ขัดกับมาตรา 46 และหาก กสทฯต้องการติดตั้งโครงข่ายเพิ่มเติม จะต้องขอนุมัติมาที่ กสทช.อีกครั้งตามกระบวนการและขั้นตอน
นอกจากนี้ ยังอนุมัติให้บริษัท ทรูมูฟ ใช้คลื่นย่าน 800 เพื่อบริการเอชเอสพีเอแบบไม่เชิงพาณิชย์ จำนวน 456 เครี่อง โดยพื้นที่ที่ให้บริการ คือ กรุงเทพ ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ภูเก็ต สมุทรปราการ ซึ่งก่อนหน้านี้บอร์ดได้เคยอนุญาตให้ทรูมูฟปรับปรุงโครงข่ายจำนวน 656 สถานี เมื่อ 14 ส.ค 2551 รวมทั้งอนุมัติการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ให้บริการ 3 จี บนคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ หรือ อินแบนด์ไมกรชั่น ของ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส เพื่อให้บริการเอชเอสพีเอเชิงพาณิชย์ จำนวน 1,884 สถานีฐาน
พ.อ.นที กล่าวว่า การอนุมัติดังกล่าว เอไอเอสได้ทำเรื่องเพื่อขอให้ กสทช.พิจารณาในครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 มี.ค.2551 จำนวน 30 สถานีฐาน ต่อมาในวันที่ 14 ส.ค.2551 จำนวน 400 สถานี และในวันที่ 13 พ.ย.2551 จำนวน 1,242 สถานีฐาน แบ่งเป็น พื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล 1.340 สถานีฐาน ประจวบคีรีขันธ์ 7 สถานีฐาน ชลบุรี 152 เชียงใหม่ 148 สถานีฐาน เชียงราย 48 สถานีฐาน ลำปาง 10 สถานีฐาน ภูเก็ต 78 สถานีฐาน โคราช 30 สถานีฐาน และขอนแก่น 25 สถานีฐาน
กรณีการรักษาสิทธิ์วงโคจรดาวเทียม 120 องศาตะวันออก ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ที่มีนายทศพร เกตุอดิศร ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการ กสทช.เป็นประธานในการตรวจสอบรายละเอียด เพื่อหาแนวทางในขอบเขตอำนาจของ กสทช.และให้เสนอต่อบอร์ด ภายใน 7 วัน เนื่องจากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรของประเทศ จึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ







