posttoday
เดอะมอลล์ปรับ ชูแผนรับแทนรุก

เดอะมอลล์ปรับ ชูแผนรับแทนรุก

29 มิถุนายน 2554

เดอะมอลล์ ปรับแผนจากรุกเป็นกลยุทธ์เชิงรับครึ่งปีหลัง กันเสี่ยงการเมือง พร้อมอัด 2 แคมเปญดูดเงินสะพัดเลือกตั้ง

เดอะมอลล์ ปรับแผนจากรุกเป็นกลยุทธ์เชิงรับครึ่งปีหลัง กันเสี่ยงการเมือง พร้อมอัด 2 แคมเปญดูดเงินสะพัดเลือกตั้ง

นายชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในครึ่งปีหลังนี้บริษัทได้ปรับแผนจากการทำตลาดเชิงรุกในครึ่งปีแรก เป็นการใช้กลยุทธ์เชิงรับ โดยหันไปเน้นการสร้างแบรนด์ การสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อสร้างความแข็งแกร่ง

ทั้งนี้ เนื่องจากหลังการเลือกตั้งยังไม่สามารถคาดเดาสถานการณ์ทางการเมืองได้ จึงต้องหันกลับมารักษาฐานลูกค้าให้จับจ่ายต่อเนื่อง ควบคู่กับการจัดกิจกรรมการตลาด โดยจะใช้งบที่เหลืออีก 1,000 ล้านบาท จากงบทั้งปี 2,000 ล้านบาท

สำหรับยอดขายของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.2 หมื่นล้านบาท เติบโต 17% ซึ่งเป็นการเติบโตสองหลักครั้งแรกในรอบ 5-6 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาทางการเมืองเริ่มนิ่ง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีกำลังซื้อดีขึ้น และบริษัทได้ทำกิจกรรมทางการตลาดต่อเนื่อง

“สินค้าที่มีอัตราการเติบโตที่ดีคือ กลุ่มสินค้าผู้ชาย สินค้าเด็ก สินค้าผู้หญิง สินค้าเพื่อความงาม และกลุ่มเครื่องเขียนภายใต้แบรนด์บีเทรนด์มีอัตราการเติบโตที่ ขณะที่กลุ่มสินค้าพาวเวอร์มอลล์ และซูเปอร์มาร์เก็ตภายใต้แบรนด์โฮมเฟรชมาร์ท และกรูเมต์มาร์เก็ต มีอัตราการเติบโตเป็นที่น่าพอใจเท่านั้น เนื่องจากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อยอดขาย โดยในส่วนของพาวเวอร์มอลล์ได้ผลกระทบในเรื่องของสภาพอากาศที่หนาวช่วงเดือนเม.ย. ขณะที่ซูเปอร์มาร์เก็ตมีปัจจัยลบในเรื่องของห้างดิสเคาน์สโตร์ที่แข่งขันกันมากขึ้นภายหลังจากบิ๊กซีฯกับคาร์ฟูร์มีการควบรวมกิจการ”นายชำนาญกล่าว

ล่าสุด บริษัทเตรียมจัดแคมเปญ มิดไนต์ เซลส์ : ช็อปเปอร์ ฮีโร่ ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-3 ก.ค. ด้วยการจัดโปรโมชันพิเศษรับเงินคืนสูงสุด 15% ซึ่งหลังจบงานคาดจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 950 ล้านบาท ต่อด้วยการจัดงาน มหกรรมลดทะลุพิกัด @ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 6-10 ก.ค. นำสินค้ากว่า 1 ล้านรายการมาลดราคาสูงสุด 80% คาดจบงานมีเงินสะพัด 300 ล้านบาท

“การจัด 2 งานในเวลาไล่เลี่ยกัน เพื่อร่วมชิงเม็ดเงินสะพัดช่วงเลือกตั้งที่คาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 3.9 หมื่นล้านบาท” นายชำนาญ กล่าว

ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวม 4.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ 4.2 หมื่นล้านบาท เพราะการเติบโตสูง กว่าเป้าหมายในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา

 

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย