
ท่อก๊าซรั่วกระทบค่าเอฟที3สต./หน่วย
กฟผ.คาดต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น1,000 กว่าล้านบาทจากเหตุท่อก๊าซฯรั่วกระทบค่าเอฟที3สต./หน่วย
กฟผ.คาดต้นทุนเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น1,000 กว่าล้านบาทจากเหตุท่อก๊าซฯรั่วกระทบค่าเอฟที3สต./หน่วย
นายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ท่อก๊าซธรรมชาติของปตท.รั่วในอ่าวไทยว่า กฟผ.ต้องเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันเตาเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็นวันละ 9 ล้านลิตร/วัน ซึ่งหากคำนวณช่วง 2 สัปดาห์ระหว่างที่รอให้ปตท.มีการเร่งแก้ไขปัญหา จะทำให้มีต้นทุนน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นถึง 1,000 กว่าล้านบาท คิดเป็นผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ(เอฟที)ประมาณ 2-3 สต./หน่วย โดยคิดจากต้นทุนเชื้อเพลิง 400 ล้านบาท มีผลกระทบต่อค่าเอฟที 1 สต./หน่วย
ทั้งนี้ภาระค่าเอฟทีที่เกิดขึ้นทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (เรคกูเลเตอร์)จะเป็นผู้พิจารณาตรวจสอบสาเหตุทีเกิดขึ้นว่าใครควรจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ในกรณีนี้ปัญหาเกิดขึ้นจากปตท. ในฐานะผู้จัดหาก๊าซฯ ไม่ใช่กฟผ.
สิ่งที่เป็นห่วงขณะนี้คือ หากการแก้ปัญหาท่อก๊าซฯรั่วไม่เสร็จภายใน 2 สัปดาห์ จะมีปัญหาการบริหารจัดการน้ำมันเตาเพื่อป้อนโรงไฟฟ้า โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ราชบุรี เพราะตอนนี้ยังสามารถใช้สต๊อกน้ำมันเตาที่มีเหลืออยู่ 110 ล้านลิตรได้ แต่ถ้าหมดเมื่อไหร่ ก็ต้องใช้รถบรรทุกขนส่งถึงวันละ100เที่ยว ทำให้เกิดต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นอีก
นายสุทัศน์ กล่าวว่า ปตท.แจ้งว่าต้องใช้เวลาซ่อมท่อก๊าซฯอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งยังสามารถบริหารจัดการเชื้อเพลิงได้แต่ถ้ากรณีใช้เวลานานถึง 60 วันก็ต้องวางแผนการจัดส่งน้ำมันกันอีกครั้ง แต่ถ้ายังไม่เพียงพอก็ต้องใช้น้ำมันดีเซลเดินเครื่องไฟฟ้าแทน ซึ่งราคาน้ำมันดีเซลแพงกว่าราคาน้ำมันเตา ถึง 3 เท่าตัว จะทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นมากกว่านี้
ปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์และผลกระทบกรณีท่อก๊าซรั่วหรือวอร์รูมขึ้น เพื่อติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยสถานการณ์ล่าสุดอยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายของระบบท่อซึ่งคาดว่าจะทราบผลโดยละเอียดในช่วงเย็นวันอังคารที่ 28 มิ.ย. และจะมีการประชุมเพื่อประเมินรูปแบบการจัดการปัญหาอีกครั้งในวันพุธที่ 29 มิถุนายน เวลา 15.00 น. ณ กระทรวงพลังงาน







