
ทีโอทีทวงภาษี3หมื่นล.
ไม่สนใจคำตัดสินอนุญาโตฯจุติหวั่นรัฐบาลใหม่ไม่ตามต่อ
ไม่สนใจคำตัดสินอนุญาโตฯจุติหวั่นรัฐบาลใหม่ไม่ตามต่อ
ทีโอที เตรียมพร้อมอุทธรณ์ ทวงคืนภาษีมือถือเอไอเอส 3 หมื่นล้านบาท
นายกฤตนันท์ นาคะพรหม ผู้จัดการฝ่ายกฎหมายบริษัท ทีโอที เปิดเผยว่า ทีโอทีอยู่ระหว่างรอหนังสือหรือคำชี้ขาดจากทางคณะอนุญาโตตุลาการที่มีมติเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ให้ยกคำเสนอข้อพิพาทกรณีที่บริษัท ทีโอที เรียกร้องให้ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ชำระค่าตอบแทนจากการหักส่วนแบ่งรายได้ไปเป็นภาษีสรรพสามิตกิจการโทรคมนาคม มูลค่า 31,462.51 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย 1.25% เพราะเห็นว่าเอไอเอสไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา
ทั้งนี้ เนื่องจากหนังสือดังกล่าวยังไม่ได้ส่งมาถึงทีโอทีโดยตรง แต่รายละเอียดที่ออกมาทั้งหมดนั้น มาจากการที่อนุญาโตตุลาการได้ส่งคำชี้ขาดไปให้ทางเอไอเอส ซึ่งหากทีโอทีไม่เห็นชอบมติดังกล่าว มีสิทธิยื่นต่อศาลปกครอง เพื่อเพิกถอนคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการภายใน 90 วัน และการส่งคำร้องจะต้องทำตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดและจะต้องทำให้ครอบคลุมประเด็นรายละเอียดต่าง
“แม้ว่าเอไอเอสได้รับคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการมาเป็นระยะเวลาเดือนกว่าแล้ว แต่จะให้นับเวลา 90 วันนั้น จะต้องนับตั้งแต่วันที่ทีโอทีได้รับหนังสือคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ ซึ่งทางเอไอเอสได้ส่งรายละเอียดขอแก้ไขข้อความบางประการไปให้อนุญาโตตุลาการ แต่ทีโอทีไม่ทราบว่าเกี่ยวกับอะไร” นายกฤตนันท์ กล่าว
นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวว่า ขณะนี้ไม่สามารถมีความเห็นได้ว่าเรื่องดังกล่าวจะจบอย่างไร ต้องรอให้รัฐบาลชุดใหม่เข้ามาดำเนินการ ซึ่งหากเป็นรัฐบาลชุดเดิม เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวจะง่ายขึ้น แต่หากเป็นชุดใหม่ เชื่อว่าเรื่องนี้จะยากขึ้น
“อยากจะบอกว่า ไม่ว่าเป็นรัฐบาลชุดไหนเข้ามาบริหารงานในกระทรวงไอซีที มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ทวงเงินกว่า 1.6 แสนล้านบาท จากการแก้ไขสัญญาที่ไม่ถูกต้องคืนให้กับประเทศชาติบ้าง” นายจุติ กล่าว
สำหรับการแก้ไขสัญญาที่สร้างมูลค่าความเสียหายหลักๆ รวมกันกว่า 1 แสนล้านบาท ประกอบด้วย การปรับลดส่วนแบ่งบริการเติมเงิน หรือพรีเพด ของเอไอเอส จาก 25% เหลือ 20% มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท การขอขยายระยะสัญญาจากเดิม 15 ปี เป็น 22 ปี และ 27 ปี ของ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค มูลค่า 2.2 หมื่นล้านบาท และทรู กับ กสทฯ มูลค่า 8,208 ล้านบาท
ขณะที่ความเห็นของอนุญาโตฯที่ยกข้อพิพาทกรณีเอไอเอส เห็นว่าแม้ส่วนแบ่งรายได้ที่เอไอเอสนำส่งทีโอทีจะถูกหักไปเป็นภาษี 10% แต่ไม่ได้ทำให้ทีโอทีเสียหาย เพราะส่วนแบ่งที่ถูกหักไปนั้นได้นำส่งกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของทีโอทีอยู่แล้ว และการที่เอไอเอสหักส่วนแบ่งนำส่งเป็นภาษี ก็เป็นไปตามติ ครม. เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2546 ที่กำหนดให้คู่สัญญาของ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม หักส่วนแบ่งรายได้ 10% สำหรับโทรศัพท์มือถือและ 2% สำหรับโทรศัพท์พื้นฐานไปเป็นภาษีสรรพสามิต







