posttoday
หุ้นฟื้นหลังเลือกตั้ง

หุ้นฟื้นหลังเลือกตั้ง

28 มิถุนายน 2554

เรายังคงมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยเช่นเดิม แม้ระดับความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยจะเพิ่มมากขึ้น

เรายังคงมุมมองต่อตลาดหุ้นไทยเช่นเดิม แม้ระดับความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยจะเพิ่มมากขึ้น

โดย...บล.ธนชาต

เพราะไม่คิดว่าการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทย (SET) ขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้ง เนื่องจาก 1) ธรรมชาติของ SET ไม่แปรผันต่อการเมือง 2) ยังคงมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในต่างจังหวัด และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้3) ทุกรัฐบาลจะเป็นการกระตุ้นการบริโภค และ 4) วัฏจักรทางเศรษฐกิจรอบใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว

230 เสียง เลขที่น่าจับตามอง

มุมมองของเราที่มองว่าพรรคประชาธิปัตย์แม้จะได้ที่นั่งน้อยกว่าพรรคเพื่อไทย แต่จะได้จัดตั้งรัฐบาล มีความเป็นไปได้น้อยลง อย่างไรก็ตาม ประชาธิปัตย์ยังคงมีโอกาสหากได้ตำแหน่งที่นั่งในสภา (175-180) รวมกับพรรคภูมิใจไทย (55-60) อย่างน้อย 230 ที่นั่ง โดยมีเงื่อนไขว่าเพื่อไทยจะไม่ได้ที่นั่งมากกว่านี้

ตัวเลข “230” นี้ เป็นตัวเลขที่ต้องจับตามอง เนื่องจากที่นั่ง 270 ที่นั่ง ที่เหลือของพรรคเพื่อไทย และพรรคการเมืองขนาดเล็กอื่นๆไม่เพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาลที่เข้มแข็งได้ และพรรคร่วมอาจจะกลับไปร่วมกับประชาธิปัตย์และภูมิใจไทยก็เป็นได้

นอกจากนี้ ด้วยคณะรัฐมนตรี (30+ คน จาก สส. 270 คน) จะต้องงดออกเสียงในสภา จึงทำให้ยังคงมีความเสี่ยง เพราะรัฐบาลมีสิทธิออกเสียงเหลือเพียง 230-240 เสียง เทียบกับฝ่ายค้านที่มี230 เสียง นอกจากนี้ยังเป็นการยากที่เพื่อไทยจะชนะด้วยคะแนนเสียงเกือบครึ่งสภา เพราะนั่นหมายความว่าต้องมีประชาชนถึง 18 ล้านคน โหวตให้เพื่อไทย (เทียบกับ 12 ล้านคนในปี 2550) ขณะที่คนโหวตให้ประชาธิปัตย์ต้องลดลงเหลือครึ่งหนึ่งจาก 12 ล้านเสียง จากปี 2550

SET ไม่แปรผันต่อการเมือง

กรณีเลวร้ายสุดที่ส่งผลต่อตลาด หากพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาลและมีการชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดง คือ การที่ตลาดปรับตัวลงเพียงในระยะสั้น และไม่น่าจะลงลึกมากนัก เนื่องจากยังคงมีการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และด้วยมีการควบคุมดูแลที่เข้มงวดขึ้นของทุกหน่วยงาน เราจึงไม่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงอย่างเช่นปีที่ผ่านมา

ขณะที่การเพิ่มขึ้นของรายได้ในต่างจังหวัด ปัจจุบันมีส่วนช่วยลดการเกิดความไม่พอใจในระดับรากหญ้าเช่นการชุมนุมในปี 2552-2553 หากพรรคเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาล เราก็ไม่คาดว่าจะเกิดการประท้วงที่รุนแรง หรือการรัฐประหารในระยะอันใกล้นี้ พรรคเพื่อไทยจะต้องอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อเพิ่มฐานเสียง ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของตลาดจะอยู่ในระยะยาวด้วยการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

องค์ประกอบของตลาดหุ้นไทยประมาณ 60% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) คือ กลุ่มที่ไม่ผันแปร หรือเป็นบวกต่อปัจจัยทางการเมือง ซึ่งกลุ่มหลักๆ คือ กลุ่มพลังงาน (35%) กลุ่มค้าปลีก+สื่อ และบันเทิง+โรงพยาบาล (9%) กลุ่มสื่อสาร (8%) และกลุ่มการเกษตรและอาหาร (6%) เรื่องราวการผลักดันเศรษฐกิจในต่างจังหวัด และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจผ่านการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ของชนชั้นกลางยังคงมีอยู่ ไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ซึ่งทำให้หุ้นที่เกี่ยวกับการบริโภคปลอดภัย

ตลาดมองว่าพรรคเพื่อไทยจะชนะ

ตลาดชอบกรณีที่ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาลต่อ แต่ตลาดส่วนใหญ่ก็ได้สะท้อนว่าเพื่อไทยจะชนะไปแล้ว ภายใต้มุมมองของเรายังคงมองบวกต่อประเทศไทย และเชื่อว่าความเสี่ยงหลักขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจในภูมิภาคและทั่วโลกมากกว่าจะมาจากปัจจัยทางการเมืองในประเทศ และเรายังคงคาดว่ากำไรของตลาดในปีนี้จะเติบโตมากกว่า 30% เหมือนเดิม และคาดว่าเกือบทุกกลุ่มจะมีผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2 ปีนี้ที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ด้วยผลจากการใช้จ่ายในช่วงเลือกตั้ง

หุ้น Top Picks

หุ้นที่เราแนะนำในส่วนหุ้นขนาดใหญ่ เช่น บริษัท บ้านปู (BANPU) ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส (IVL) ธนาคารกรุงไทย (KTB) บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี (STA) และบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF)

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน