posttoday
คุ้ยเงินกู้เพรซิเดนท์ฯ 3 หมื่นล้าน สะท้านวงการแบงก์

คุ้ยเงินกู้เพรซิเดนท์ฯ 3 หมื่นล้าน สะท้านวงการแบงก์

11 กุมภาพันธ์ 2553

เมื่อวันที่ 10 ก.พ. กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เรียกผู้บริหารธนาคารเจ้าหนี้ 12 แห่งของ บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง มาทำความเข้าใจเรื่องการเปิดเผยและส่งมอบหลักฐานข้อมูลการอนุมัติสินเชื่อ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับธนาคาร 3.4 หมื่นล้านบาท เพื่อร่วมกันทำแผนประทุษกรรมและสาวเส้นทางการเคลื่อนย้ายเงินของบริษัทค้าข้าวอันอื้อฉาว

ธนาคารเจ้าหนี้ที่เข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ, กรุงไทย, กสิกรไทย, ทหารไทย, เอชเอสบีซี, ไทยพาณิชย์, ยูโอบี, สินเอเซีย, แบงก์อิสลาม, บีเอ็นพี พาริบาร์, โตเกียวมิตซุย และซีไอเอ็มบี ไทย

นี่อาจจะเป็นคดีแรกที่ดีเอสไอกระโจนเข้าไปแล้วกระชากหน้ากากในธุรกิจการปล่อยกู้ของสถาบันการเงินที่อิงแอบและสมยอมกับฝ่ายการเมืองจนสร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงิน

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอขอให้ธนาคารพาณิชย์ 12 แห่ง แต่งตั้งตัวแทนเพื่อทำหน้าที่การให้ข้อมูลเอกสารหลักฐานคดีนี้โดยตรง เพื่อให้การสอบสวนหาหลักฐานดำเนินการได้รวดเร็ว

“ดีเอสไอไม่ต้องการออกหมายเรียกให้แต่ละธนาคารส่งมอบเอกสารและเข้าให้ข้อมูลแก่พนักงานสอบสวน จึงได้เชิญผู้แทนธนาคารมารับร่วมฟังข้อเท็จจริงและร่วมทำแผนประทุษกรรม เพื่อนำส่งเอกสารหลักฐานให้ดีเอสไอโดยไม่ต้องปกปิด หรือให้บ้างไม่ให้บ้าง” นายธาริต กล่าว

อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบความผิดปกติหลายอย่าง ทั้งการใช้เอกสารปลอมมาเวียนเทียนการขอสินเชื่อ การขอสินเชื่อวงเงินสูงๆ โดยไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือใช้บุคคลค้ำประกันเพียงคนเดียว

อีกประเด็นหนึ่งที่น่าสงสัย คือตามปกติแล้วการปล่อยสินเชื่อธนาคารต้องเข้มงวดและมีความระมัดระวังอย่างมาก และต้องมีการตรวจสอบเครดิตบูโรก่อน

แต่การปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ต่อเนื่อง 23 ปี และเกี่ยวข้องกับธนาคาร 12 แห่ง จนเป็นหนี้เสียจำนวนมากนั้น

ไม่มีการรายงานในเครดิตบูโร ซึ่งแตกต่างจากการกู้ยืมเงินของประชาชนทั่วไป ที่จะูกตรวจสอบอย่างละเอียด

ปัญหาคือ ทำไมธนาคารตรวจสอบไม่พบความผิดปกติของลูกหนี้รายนี้

ดีเอสไอยังตรวจสอบพบว่า ในการทำนิติกรรมกู้ยืมเงินของบริษัท เพรซิเดนท์ฯ มีการนำเอกสารปลอมมาใช้เวียนเทียนกู้เงินจากหลายสถาบันการเงิน มีการอนุมัติสินเชื่อในวงเงินสูง แต่เรียกหลักประกันเงินกู้ต่ำ แม้ว่าจะมีการชำระหนี้ให้กับธนาคารบางแห่ง แต่คล้ายกับนำเงินกู้จากธนาคารแห่งใหม่หมุนไปชำระหนี้เก่าของอีกธนาคารหนึ่ง

อธิบดีดีเอสไอ บอกว่า ในการสอบสวนในทางลึกจะต้องสาวให้ถึงว่ามีการถ่ายเทโอนเงินไปยังบุคคลใดบ้าง เข้าข่ายการฟอกเงินหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ธนาคารได้รับประโยชน์หรือสินบนการปล่อยกู้หรือไม่

แม้ว่าจากการสอบสวนเบื้องต้นยังไม่มีผู้มีอิทธิพล นักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าผู้บริหารบริษัทและผู้ที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารบริษัทแต่ร่วมกระทำผิด ต้องร่วมรับผิดชอบในการนำเอกสารปลอมมาใช้ยื่นขอกู้เงินด้วย

นายธาริต กล่าวว่า แม้ว่ามีธนาคารพาณิชย์บางแห่งที่ได้รับการชำระหนี้จากลูกหนี้ครบแล้วก็ยังต้องเชิญมาสอบสวน เพราะการฉ้อโกง การปลอมแปลงเอกสารเป็นคดีอาญา และหากพบการกระทำความผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ดีเอสไอไม่ได้ตั้งเป้าที่จะเอาความผิดกับผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยสินเชื่อ แต่เบื้องต้นมีข้อสงสัยที่แต่ละธนาคารต้องพิสูจน์ว่าดำเนินการปล่อยกู้ตามกรอบของกฎหมายหรือไม่” นายธาริต กล่าว

ก่อนหน้านี้เมื่อต้นปีศาลล้มละลายมีคำสั่งล้มละลายและสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง และนายอภิชาติ จันทร์สกุลพร กรรมการผู้จัดการบริษัท ในคดีหมายเลขแดงที่ ล 18747/2552 หลังจากธนาคารเจ้าหนี้ของกลุ่ม เพรซิเดนท์ฯ ได้ผิดนัดชำระหนี้กับธนาคารทั้ง 9 แห่งในเวลาไล่เลี่ยกัน และพบว่าข้าวในสต๊อกของกลุ่มเพรซิเดนท์ฯ หายเกลี้ยงเป็นล้านตัน

คล้อยหลังจากนั้นไม่นาน ธนาคารกรุงไทยก็มีมติอนุมัติสินเชื่อ 2,000 ล้านบาทให้กับบริษัท สยาม เอ็นดิก้า ที่แม้จะมีบุคคลอื่นเปิดหน้าฉาก แต่วงการค้าข้าวและธนาคารพาณิชย์รับรู้กันว่า มีนายอภิชาติยืนผงาดอยู่ข้างหลัง จนเป็นที่ร่ำลือไปทั้งวงการแบงก์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน