
ที่นี่...มีทางออก
อ.เดชา กิตติวิทยานันท์
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ผมต้องขอบคุณหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ที่เห็นความสำคัญของความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเงินและได้เปิดเปิดคอลัมน์ “ทนายคลายทุกข์” ขึ้นมา โดยมอบหมายให้ผมเป็นผู้รับผิดชอบในการคลายทุกข์ด้านการเงิน ด้านกฎหมายให้แก่ผู้อ่านที่มีปัญหาและเดือดร้อน หรือต้องการคำแนะนำ
ผมใครเชิญชวนผู้อ่านที่มีปัญหาต่างๆ หรืออยากรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งส่งคำถามมาได้ ผมจะพยายามหาทางคลี่คลายปัญหานั้นให้ผู้อ่านและหวังว่าด้วยประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาจะทำให้สามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้
ฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่ท่านผู้อ่านจะได้รู้ว่า ท่านจะได้รับประโยชน์จากบทความในคอลัมน์ทนายคลายทุกข์ได้อย่างไรบ้าง
ผมตั้งใจว่า ประโยชน์ที่ท่านจะได้รับจากการอ่านคอลัมน์นี้ใน 3 ด้าน
ด้านแรก จะได้ความรู้ทางด้านกฎหมาย เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและดำเนินธุรกิจ
ด้านที่สอง จะได้เรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาทางด้านกฎหมาย เช่น ผู้บริโภคและสิทธิของผู้บริโภค คดีแรงงาน คดีล้มละลาย ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนยังหาทางออกไม่ได้
ด้านที่สาม จะได้รู้แนวทางแก้ปัญหาหนี้สิน เช่น หนี้ธนาคาร บัตรเครดิต บัตรเงินด่วน เช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งเป็นคดีส่วนใหญ่ในศาลที่มีอำนาจในการพิจารณาคดีแพ่ง
ปัจจุบันแนวโน้มคดีประเภทนี้จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ลูกหนี้ยังหาทางออกไม่ได้ บางคนเครียดและแก้ปัญหาที่ผิดพลาดไปได้ ทั้งๆ ที่หากรู้เทคนิค ข้อกฎหมาย หรือมีคนที่ให้คำปรึกษาได้ ปัญหาที่ผู้อ่านคิดว่าใหญ่อาจกลายเป็นเรื่องเล็กๆ ได้
ผมขอยกตัวอย่างปัญหาของประชาชนที่ทนายคลายทุกข์ได้เคยช่วยเหลือประชาชนมาแล้ว เช่น คดีล้มละลาย
พนักงานรัฐวิสาหกิจคนหนึ่งถูกฟ้องล้มละลาย เงินเดือนประมาณ 5 หมื่นบาท เหลืออายุงานอยู่ประมาณ 15 ปี สาเหตุเพราะเมื่อ 9 ปีที่แล้วเคยไปค้ำประกันญาติ เพื่อซื้อบ้านกับธนาคารแห่งหนึ่ง
ต่อมาญาติคนนั้นติดขัดเรื่องการเงิน ไม่ได้ชำระค่างวดบ้าน จึงถูกฟ้องเป็นคดีแพ่ง พนักงานคนดังกล่าวในฐานะผู้ค้ำประกันไม่ได้ไปศาล ต่อมาศาลมีคำพิพากษาให้ชดใช้หนี้เงินต้นประมาณ 6 แสนบาท ดอกเบี้ยผิดนัดอีก 19% ต่อปี
หลังจากธนาคารได้นำบ้านที่จดจำนองไปขายทอดตลาด มีเงินส่วนต่างอีกประมาณ 45 แสนบาท เวลาผ่านไป 9 ปี มีหนี้รวมแล้วเกิน 1 ล้านบาท
เมื่อใกล้ครบ 10 ปี ธนาคารได้ไปฟ้องเป็นคดีล้มละลายที่ศาลล้มละลายกลาง
เมื่อพนักงานคนดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันได้รับหมายศาล ถึงกับเป็นลมล้มพับ กินไม่ได้นอนไม่หลับ ไม่นึกว่าแค่ค้ำประกันวันหนึ่งต้องถูกฟ้องล้มละลายแถมยังกลัวว่าจะต้องถูกออกจากงาน
เขาหาทางแก้ไม่ได้ ปรึกษาใครก็บอกว่า “ต้องล้มละลายอย่างเดียว” ไม่มีทางออก ลูกก็ยังเล็ก เด็กกำลังเรียน จะทำอย่างไรดี
แฟนคลับทนายคลายทุกข์ ท่านหนึ่ง ซึ่งรู้จักกับลูกหนี้คนดังกล่าว จึงพามาหาผม ผมได้มอบหมายให้ทนายความไปช่วยในการเจรจาแก้ไขหนี้
สุดท้าย ธนาคารลดหนี้ให้เหลือ 23 แสนบาท คดีก็เป็นอันจบสิ้น พนักงานรัฐวิสาหกิจคนนั้นก็ไม่ต้องออกจากงาน ชีวิตครอบครัวที่เดือดเนื้อร้อนใจก็คลี่คลายลง ผมเชื่อว่าคนไทยอีกจำนวนมากที่ประสบปัญหานี้และไม่เคยรู้ว่าจะทำอย่างไร
จะเห็นได้ว่า การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ทำได้ทุกขั้นตอน ทั้งก่อนฟ้อง ระหว่างฟ้อง หลังฟ้อง หลังขายทอดตลาด
แม้แต่ถูกฟ้องล้มละลาย และก็ยังประนอมหนี้ได้
เพียงแต่ว่าผู้ที่ให้คำแนะนำในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้นั้นมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคดีสถาบันการเงินมากน้อยเพียงใด
ถ้าผู้ให้คำปรึกษาเป็นผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับคดีสถาบันการเงิน จะช่วยให้ลูกหนี้รายย่อยเหล่านี้ที่กำลังมีทุกข์ใจให้พ้นทุกข์ได้
ท่านผู้อ่านท่านใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเก่าหรือกฎหมายใหม่ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับข้อพิพาททางการค้า สามารถส่งคำถามมาได้ที่ email: [email protected], www.decha.com และเว็บบอร์ด ชี้ช่องรวยทนายคลายทุกข์ ในเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์ดอทคอม http://www.posttoday.com/webboard/index.php โดยผมจะตอบคำถามทุกคำถามที่ท่านถามมาด้วยตัวเอง อย่างละเอียดและสามารถนำไปใช้ได้จริง
ปัจจุบันทนายคลายทุกข์มีแฟนคลับ อยู่ประมาณ 5 หมื่นคน ท่านใดสนใจสมัครได้ที่ 029485700
ผมหวังว่าบทความในคอลัมน์ทนายคลายทุกข์ในหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ผู้อ่านจะนำไปประยุกต์ใช้เป็นทางออกสำหรับเทคนิคการเจรจาปัญหาการเงิน ปัญหากฎหมาย ที่ท่านยังหาทางออกไม่ได้ สวัสดีครับ







