
ธุรกิจหวั่นจบเลือกตั้งยังวุ่นต่อ
ต่างชาติส่งสัญญาณชะลอลงทุนจี้รัฐบาลใหม่สร้างปรองดอง
ต่างชาติส่งสัญญาณชะลอลงทุนจี้รัฐบาลใหม่สร้างปรองดอง
นักธุรกิจมองการเมืองวุ่นหลังเลือกตั้ง ต่างชาติส่งสัญญาณชะลอลงทุน เร่งรัฐบาลสร้างปรองดองดันเศรษฐกิจเดินต่อ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ กล่าวว่า เป็นห่วงสถานการณ์หลังเลือกตั้งจะเกิดความตึงเครียด สังคมเกิดความแตกแยกจากการไม่ยอมรับผลเลือกตั้งที่เกิดขึ้น จะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่วุ่นวายมาก ซึ่งขณะนี้เห็นสัญญาณความไม่มั่นใจจากนักลงทุนต่างชาติ ที่ชะลอการลงทุนในตลาดหุ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่ชะลอเดินทางระยะนี้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในช่วงสั้น จึงอยากให้ยอมรับในผลการเลือกตั้งและให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนกลับมาอย่างรวดเร็ว เพราะพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งและเห็นการเติบโตในแต่ละภาค
เช่น สินค้าเกษตร อุตสาหกรรมการส่งออกมีแนวโน้ม“หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เดินหน้าเป็นไปอย่างมีเสถียรภาพ ควรเร่งแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำในสังคมเป็นอันดับแรก แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ต้องศึกษาผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดผลดีต่อทุกภาคส่วน” นายสนั่น กล่าว
นายประวิทย์ จิตนราพงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แบล็คแคนยอน (ประเทศไทย) กล่าวว่า นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนระยะสั้นเพื่อรอดูผลการเลือกตั้ง แม้ช่วงนี้จะเกิดเหตุปะทะกันบ้างในช่วงการหาเสียง แต่เชื่อว่าจะไม่เลวร้ายเหมือนปีก่อนหน้านี้ เพราะทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อยากให้ฝ่ายที่แพ้เวทีเลือกตั้งครั้งนี้ยอมรับผลที่เกิดขึ้น และยอมรับการบริหารงานของรัฐบาลใหม่ที่จะต้องยืนยาวอย่างน้อย 1 ปี เพื่อผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าต่อไป เพราะหากการเมืองมีปัญหาจะทำให้เศรษฐกิจแย่ลงอีก และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนโดยตรง ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ของโลกยังคงผันผวนเนื่องจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้น
“อยากเห็นรัฐบาลใหม่เร่งสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และเดินหน้าแก้ไขปัญหาปากท้องของรากหญ้า ส่วนการแก้กฎหมาย เช่น การนิรโทษกรรมต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ ไม่ใช่เรื่องหลักที่ควรจะทำ” นายประวิทย์ กล่าว
ภราดา ดร.บัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า รัฐบาลหลังเลือกตั้งคาดว่าจะขาดเสถียรภาพ เนื่องจากครั้งนี้มีพรรคเล็กเข้ามาแข่งขันจำนวนมากทำให้เสียงค่อนข้างกระจาย ซึ่งจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลยากขึ้น อีกทั้งนโยบายของแต่ละพรรคที่ใช้หาเสียงต้องใช้เงินค่อนข้างมาก อาจทำให้หลังเลือกตั้งเกิดปัญหาบริหารงบประมาณได้ หากทำไม่ได้จะกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนและเกิดความวุ่นวายตามมาใช้เพื่อนโยบายประชานิยมที่แต่ละพรรคผลักดันออกมา ซึ่งหากไม่ทำตามที่ได้หาเสียงไว้ ประชาชนจะขาดความไว้วางใจและเกิดความวุ่นวายตามมาอีก
ขณะเดียวกัน สถานการณ์การแข่งขันของระบบเศรษฐกิจโลกค่อนข้างสูง รัฐบาลจะต้องเร่งผลักดันการพัฒนาคนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในส่วนสถาบันการศึกษาต้องจับมือกับภาคส่วนอื่น ๆ เพื่อพัฒนาคนรองรับกับการแข่งขันที่เกิดขึ้นทั้งเรื่องเออีซีและเศรษฐกิจโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อประเทศไทย โดยมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญจับมือกับบริษัทเอกชน 12 แห่ง จัดโครงการสหกิจศึกษาเพื่อฝึกคนให้พร้อมกับการทำงานในอนาคต







