
ให้โบนัสอีสปฉุดกำไรบจ.ลงบัญชีค่าใช้จ่าย
มาตรฐานบัญชีใหม่สุดเข้ม จับตา บจ.แจกวอร์แรนต์อีสปเป็นโบนัสพนักงานต้องบันทึกค่าใช้จ่ายบาน
มาตรฐานบัญชีใหม่สุดเข้ม จับตา บจ.แจกวอร์แรนต์อีสปเป็นโบนัสพนักงานต้องบันทึกค่าใช้จ่ายบาน
นายสันสกฤต วิจิตรเลขการ อาจารย์ประจำภาควิชาบัญชี คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวในงานสัมมนา “รู้วิเคราะห์งบการเงิน...ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินใหม่ IFRS” ว่า นักลงทุนต้องจับตาดูเรื่องการลงบัญชีตามมาตรฐานบัญชีใหม่ กรณีการออกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นที่จัดสรรให้กับพนักงาน (วอร์แรนต์อีสป) เพราะส่วนหนึ่งออกเพื่อแจกเป็นโบนัสพนักงาน ซึ่งปกติจะแจกในไตรมาส 4 และไม่เคยต้องลงเป็นค่าใช้จ่ายในงบการเงิน แต่ตามเกณฑ์มาตรฐานบัญชีใหม่ (IFRS) รายการดังกล่าวต้องลงเป็นค่าใช้จ่ายด้วย
นอกจากนี้ ต้องติดตามดูว่าสภาวิชาชีพบัญชีจะเริ่มใช้เกณฑ์การประมาณการหนี้ล่วงหน้าสำหรับธุรกิจค้าปลีก หรือร้านสะดวกซื้อเมื่อไหร่ เพราะปกติบริษัทเหล่านี้มีการใช้กลยุทธ์การตลาดในการสะสมแต้มเพื่อให้ลูกค้าใช้สิทธิการซื้อสินค้า จากปัจจุบันถือเป็นการรับรู้รายได้เต็มจำนวนตั้งแต่ใช้สิทธิซื้อสินค้า ซึ่งเมื่อเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้อาจทำให้มีผลกระทบต่องบการเงินได้
นายสันสกฤต กล่าวถึงผลสำรวจการใช้มาตรฐานบัญชีใหม่พบมีบริษัทจดทะเบียน (บจ.) 7 แห่ง ที่เพิ่งเริ่มเปลี่ยนแปลงงบการเงินตามมาตรฐานบัญชีใหม่ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา อาจจะกระทบกับรายได้และกำไรสะสมของบริษัท ซึ่งรวมถึงความสามารถในการจ่ายปันผลที่ลดลงได้ เช่น บริษัท รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (RASA) และ บริษัท ไรมอนแลนด์ (RAIMON) ที่อาจจะได้รับผลกระทบจากเกณฑ์การรับรู้รายได้ จากตามโครงการที่สร้างเสร็จเป็นรับรู้รายได้เมื่อโอน
สำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ทยอยปรับวิธีการรับรู้รายได้ตามเกณฑ์ดังกล่าวไปแล้วตั้งแต่ปี 2551-2553 ก่อนที่จะมีการประกาศบังคับใช้อย่างเป็นทางการในปี 2554 ทำให้ได้รับผลกระทบไม่มาก ขณะที่บริษัทอื่นที่ได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่เป็นเพราะเริ่มปฏิบัติตามเกณฑ์อื่นก่อนที่จะบังคับใช้ เช่น การคิดส่วนได้เสียบนที่ดินในกรณีที่มีที่ดินจำนวนมาก เช่น บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ (SF) ส่งผลให้บริษัทมีดอกเบี้ยจ่ายมากขึ้นจากกรณีที่ต้องรับรู้ที่ดินเป็นสินทรัพย์ทางการเงิน
“จากการสำรวจงบการเงินของ บจ. 400 แห่งในช่วงไตรมาสแรกปี 2554 พบว่าการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีใหม่ ส่งผลกระทบกับ บจ.มากที่สุด ในเรื่องการตั้งสำรองเงินที่จ่ายให้กับพนักงานที่จะเกษียณ หรือ Employee Benefit” นายสันสกฤต กล่าว
อย่างไรก็ดี สภาวิชาชีพบัญชีได้ผ่อนปรนกฎเกณฑ์สำหรับการทยอยตั้งสำรองเงินที่จ่ายให้กับพนักงานที่จะเกษียณ ซึ่งวิธีที่ บจ.นิยมใช้มากที่สุด คือ การปรับแก้งบการเงินย้อนหลัง รองลงมา คือ การปรับแก้กำไรสะสมต้นงวด รวมทั้งการทยอยบันทึกเป็นหนี้และค่าใช้จ่ายไม่เกิน 5 ปี ซึ่งบริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) เลือกใช้วิธีนี้ และลำดับสุดท้าย คือ การลงบันทึกและตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในครั้งเดียว







