posttoday
เวิลด์แบงก์การันตี การเมืองกระทบสั้น

เวิลด์แบงก์การันตี การเมืองกระทบสั้น

24 มิถุนายน 2554

ธนาคารโลกเชื่อมั่นการเมืองกระทบสั้น ไทยยังน่าลงทุน

ธนาคารโลกเชื่อมั่นการเมืองกระทบสั้น ไทยยังน่าลงทุน

น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของธนาคารโลก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ปัญหาและข้อวิตกทางด้านการเมืองที่หลายฝ่ายกังวลนั้นคงจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและเศรษฐกิจของไทยในระยะสั้นเท่านั้น เพราะถ้ามีรัฐบาลชุดใหม่เข้ามาบริหารประเทศแล้วสถานการณ์ต่างๆ น่าจะชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ธนาคารโลกจะมีการประเมินอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอีกครั้งในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้

“เราเชื่อว่าความไม่ชัดเจนทางการเมืองคงกระทบในระยะสั้น ที่จริงเรามองที่ภาพระยะยาวมากกว่า ไม่ใช่แค่เรื่องการเมืองอย่างเดียว เรามองว่าประเทศไทยยังเป็นประเทศที่น่าลงทุนอยู่อันดับที่ 19 ของประเทศที่น่าลงทุนในโลก จึงยังเป็นประเทศที่น่าเข้ามาทำธุรกิจ” น.ส.กิริฎา กล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารโลกคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2554 จะเติบโต 3.7% และปี 2555 เติบโต 4.2% ซึ่งเป็นการคาดการณ์เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน และเป็นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก

ด้านนางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า การเมืองในประเทศยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปี โดยต้องรอติดตามการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และจะเกิดเหตุการณ์วุ่นวายตามมาหรือไม่

นอกจากนี้ ต้องติดตามอัตราเงินเฟ้อที่ยังมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลัง โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/2554 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีโอกาสขึ้นไปอยู่ที่ 5% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 3% สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีคาดว่าอยู่ที่ 4% และอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเฉลี่ยน่าจะยืนอยู่ในระดับ 3%

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะเติบโตได้ 4.5% จากปัจจัยหนุนของภาคการส่งออกที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัวอีกครั้งหลังจากไตรมาส 2/2554 ได้ปรับตัวลดลง จากผลกระทบของเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่การบริโภคในประเทศก็น่าจะดีต่อเนื่องจากช่วงครึ่งปีแรก การลงทุนต่างๆ ของภาคเอกชนน่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้น ทั้งนี้อยู่บนพื้นฐานที่ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมือง ส่วนเศรษฐกิจไทยในปี 2554 คาดว่าจะเติบโต 3.6-3.8%

ด้านค่าเงินบาทวันที่ 23 มิ.ย. ปิดตลาดอ่อนค่าลงมาแตะ 30.54-56 บาท/เหรียญสหรัฐ สาเหตุเพราะนักลงทุนกังวลปัญหาหนี้ยุโรป จึงเทขายหุ้นออกไป

นักบริหารเงินจากธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย คาดว่า ในวันที่ 24 มิ.ย. ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 30.50-60 บาท/เหรียญสหรัฐ m

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน