
คลังจับมือเอกชนต้านทุจริต
คลังร่วมกับองค์กรภาคเอกชนคัดเลือกโครงการประมูลต่อต้านการทุจริต ทำการจัดซื้อจัดจ้างให้โปรงใส
คลังร่วมกับองค์กรภาคเอกชนคัดเลือกโครงการประมูลต่อต้านการทุจริต ทำการจัดซื้อจัดจ้างให้โปรงใส
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการโครงการแนวร่วมปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตภาครัฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2554 คลังได้จัดการประชุมแนวร่วมปฏิบัติการต่อต้านทุจริตภาครัฐ โดยได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะเพื่อพิจารณาแนวทางในการคัดเลือกโครงการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วยงานภาครัฐที่มีมูลค่าเหมาะสม เพื่อให้เข้าร่วมในโครงการแนวร่วมปฏิบัติการต่อต้านทุจริตภาครัฐ อันจะเป็นการเตรียมความพร้อม และเป็นข้อมูลประกอบการนำเสนอรัฐบาลพิจารณากำหนดเป็นนโยบายต่อไป
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะช่วยลดการทุจริตของภาครัฐ รวมทั้งส่งเสริมให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเป็นไปด้วยความโปร่งใสมีประสิทธิภาพ รวมถึงสร้างมาตรฐานระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้ได้รับการยอมรับในระดับสากล ประมวลผลข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อกรมบัญชีกลางในการพัฒนาระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รวมทั้งปรับปรุงกฎระเบียบด้านการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
สำหรับการประชุมในครั้งนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากส่วนราชการภาครัฐภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงบประมาณ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทยในพระบรมราชูประถัมภ์ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย สมาคมวิศวกรที่ปรึกษาแห่งประเทศไทย และธนาคารโลก
ด้านนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า ในส่วนของกฎหมาย ระเบียบ และระบบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ ทางงกรมบัญชีกลางมีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมและมีระบบการตรวจสอบจากประชาชนได้
ก่อนหน้านี้ นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันเลวร้าย มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับผู้มีอำนาจ เพื่อให้ได้งานหรือสิทธิประโยชน์มากถึง 50% เพิ่มจากอดีตในช่วง 20-30 ปีที่มีการจ่ายเงินโต้โต๊ะ 2-3% และเพิ่มมาเป็น 30-40% ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา
ขณะที่คณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ยังได้รายงานว่า มีการคำนวณมูลค่าความเสียหายจากการทุจริตคอร์รัปชั่นออกมาเป็นตัวเลขถึงประมาณ 1.69 - 2.02 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งมีสัดส่วน 25-30% ของงบประมาณแผ่นดิน







