posttoday
‘เหมือนยื่นดาบให้ทรูมาฟันเอไอเอส’

‘เหมือนยื่นดาบให้ทรูมาฟันเอไอเอส’

22 มิถุนายน 2554

แนวคิดของบริษัท ทีโอที ที่จะโรมมิงเครือข่าย 3จี กับบริษัท กสท โทรคมนาคม นั้น

แนวคิดของบริษัท ทีโอที ที่จะโรมมิงเครือข่าย 3จี กับบริษัท กสท โทรคมนาคม นั้น

ได้สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการโทรศัพท์มือถืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ค่ายมือถือที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด จะกลายเป็นบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส เพราะมองว่าเรื่องนี้จะทำให้กลุ่มทรูได้รับประโยชน์มากที่สุด

วิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส ให้สัมภาษณ์อย่างฉุนเฉียวว่า หากเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะไม่ให้ทีโอทีใช้สถานีฐานร่วม หรือโคไซต์ กว่า 2,000 สถานีทันที เพราะเอไอเอสไม่ต้องการเปิดทางให้ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งพันธมิตรของ กสทฯ มีสิทธิในโครงข่าย 3จี เพราะถือเป็นคู่แข่งทางธุรกิจ

‘เหมือนยื่นดาบให้ทรูมาฟันเอไอเอส’

“ถ้าเอไอเอสยังเปิดให้ทีโอทีโคไซต์ ก็เท่ากับเป็นการยื่นดาบให้ทรูฯ มาฆ่าเอไอเอส จากการที่ทรูฯ เป็นพันธมิตร 3จี กับ กสทฯ ที่สามารถใช้เครือข่ายร่วมกันได้ ซึ่งหากทีโอทีทำเช่นนั้นก็เท่ากับว่าทำลายโครงการ 3จี ทั่วประเทศของทีโอทีเองด้วย เพราะหากไม่โคไซต์กับเอไอเอส ไม่มีทางที่ทีโอทีจะติดตั้ง 5,000 สถานีฐาน ได้เสร็จภายใน1 ปี ตามแผนด้วยงบประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น”

อย่างไรก็ตาม วิเชียร ย้ำว่า ไม่เข้าใจว่าเหตุใดทีโอทีจึงมีแนวคิดที่จะโรมมิงกับ กสทฯ ทั้งที่หากเดินตามแผนที่จะร่วมมือกับเอไอเอส ก็สามารถเปิดให้บริการได้อย่างไม่มีปัญหา จึงเหมือนกับว่าการโรมมิงกับ กสทฯ ครั้งนี้มีเบื้องหลังให้ทีโอทีต้องดำเนินการเช่นนั้น

เบื้องหลังครั้งนี้ ยังรวมไปถึงการพยายามที่จะ “เขี่ย” เอไอเอสให้หลุดออกจากวงโคจร 3จี หลังจากที่เอไอเอสได้แสดงความจำนงที่จะทำตลาดในรูปแบบเอ็มวีเอ็นโอให้กับทีโอที ซึ่งเอไอเอสและสามารถ คอร์ปอเรชั่น เป็น 2 รายใหญ่ที่ทีโอทีจะคัดเลือกให้เป็นพันธมิตรเอ็มวีเอ็นโอ 3จี

“ถ้าเอไอเอสตกคุณสมบัติในการเป็นเอ็มวีเอ็นโอ 3จี ก็เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมาก และทีโอทีต้องตอบคำถามให้ได้ว่ามีเหตุผลใดที่จะไม่เลือกเอไอเอส เพราะเราเป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดในตลาด มีโครงข่ายที่ดีและมีคุณภาพมากที่สุด ที่สำคัญเป็นคู่สัญญาของทีโอทีด้วย”

ที่สำคัญ การล้มเลิกแผนการโคไซต์ครั้งนี้ เอไอเอสต้องการให้ทีโอทีเลือกว่าจะร่วมมือกับเอไอเอสหรือจะร่วมมือกับ กสทฯ ที่เปรียบเสมือนการนำโครงข่ายของเอไอเอสไปให้ทรูฯ ใช้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอไอเอสไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นในการปล่อยให้คู่แข่งมาทำเช่นนี้ได้

ขณะที่บอร์ดทีโอทีเตรียมพิจารณาผู้ได้รับเลือกเป็นเอ็มวีเอ็นโอจากผู้ผ่านคุณสมบัติทั้งหมด 7 รายในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ และมีรายงานข่าวว่า มีความพยายามจากฝ่ายการเมืองที่จะถ่วงการพิจารณาให้เอไอเอสได้เป็นเอ็มวีเอ็นโอไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อผลักดันให้ทีโอทีโรมมิ่งเครือข่ายกับ กสทฯ ให้ได้

อย่างไรก็ตาม เอ็มวีเอ็นโอทำให้บอร์ดกำลังตกอยู่ในสภาวะ “Modern shocked” เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ในวงการที่จะมีรูปแบบเชิงธุรกิจลักษณะนี้อย่างจริงจัง โดยเฉพาะปัญหา “ภาระจากการทำธุรกิจร่วมกัน” จากการที่บอร์ดยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่า ในการทำธุรกิจร่วมกันนั้น จะมีการแบ่งภาระต่างๆระหว่างทีโอทีและเอ็มวีเอ็นโอกันอย่างไร เช่น ค่าธรรมเนียมเลขหมายที่ต้องจ่ายให้ กสทช. หรือ ค่าเชื่อมโยงโครงข่าย หรือ ไอซี (อินเตอร์คอนเนกชั่นชาร์จ) ที่ต้องจ่ายให้กับหน่วยงานเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ ซึ่งเรื่องเหล่านี้ล้วนต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนก่อนทำสัญญาเอ็มวีเอ็นโอ เนื่องจากที่ผ่านมาเอ็มวีเอ็นโอ 5 รายเดิมนั้นไม่เคยมีการเจรจาในเชิงลึกเช่นนี้ เพราะเป็นการทำตลาดย่อยเพียง 5 แสนเลขหมายเฉพาะ 500 สถานีใน กทม.และปริมณฑลเท่านั้น

หรือท้ายที่สุดแล้ว โครงข่าย 3 จีทั่วประเทศที่กำลังเป็นความหวังจะต้องพังครืนลงอย่างไม่เป็นท่าเพียงเพราะผลประโยชน์ของคนบางกลุ่มที่เอาประเทศชาติเป็นเดิมพัน


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน