
12ปีตลาดmaiหนุนธุรกิจไทยผงาด
69บจ.ระดมทุน1.6หมื่นล้าน มาร์เก็ตแคปโต-ปันผล4.8%
69บจ.ระดมทุน1.6หมื่นล้าน มาร์เก็ตแคปโต-ปันผล4.8%
12 ปี ตลาด mai หนุนธุรกิจไทย 69 บริษัท เข้าถึงทุน 1.6 หมื่นล้าน แถมยังสร้างผลตอบแทนเงินปันผลที่ดีให้ผู้ลงทุน
นายชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ mai ครบรอบ 12 ปี ในวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนับตั้งแต่เปิดตลาดเมื่อปี 2542 ถึงปัจจุบัน มีธุรกิจขนาดกลางและเล็กเข้ามาระดมทุนผ่านตลาดรวม 69 บริษัท มีเม็ดเงินระดมทุน 1.6 หมื่นล้านบาท
“นับเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งของการสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กของไทย เพราะมีธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จจากการเข้าจดทะเบียนใน mai โดยมีบริษัทใน mai จำนวน 10 แห่งที่เติบโตและย้ายไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) นอกจากนี้ บริษัทใน mai หลายบริษัทยังมีผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งยอดขายและกำไร โดยไตรมาสแรก ปี 2554 บริษัทใน mai มีกำไรเพิ่มเกือบเท่าตัว”
นอกจากนี้ ตลอด 12 ปีของ mai ตลาดก็เติบโตต่อเนื่อง โดยมีมูลค่าตลาดรวม 9.6 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2553 มียอดขายรวม 7.7 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 5,500 ล้านบาท มีการจ้างงานกว่า 2.7 หมื่นคน มีอัตราผลตอบแทนต่อเงินปันผลเฉลี่ย 4.8% ด้วยมูลค่าสินทรัพย์รวมถึง 9.2 หมื่นล้านบาท
นอกจากศักยภาพในการดำเนินธุรกิจแล้ว บริษัทใน mai มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในด้านการกำกับดูแลกิจการและการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานและความน่าสนใจสำหรับผู้ลงทุน โดยในปี 2553 ที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรกของบริษัทจดทะเบียนใน mai ได้แก่ บริษัท ไลท์ติ้ง แอนด์ อีควิปเมนท์ (L&E) ที่ได้รับผลการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนระดับ 5 ดาว
“บริษัทใน mai 6 บริษัท ได้รับรางวัล 200 Best Under a Billion จากนิตยสาร Forbes Asia ในปี 2007-2010 ได้แก่ บริษัท ยูนิมิต เอนจิเนียริ่ง (UEC) บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ (BOL) บริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป (CIG) บริษัท ควอลลีเทค (QLT) บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ (TNH) และบริษัท ไทย เอ็น ดี ที (TNDT) โดยล่าสุด บริษัท เอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) เป็นบริษัทเดียวใน mai ที่ได้รับรางวัล Asia’s Best Companies 2011 Best Smallcap จากนิตยสาร Finance Asia นอกจากนี้ยังมี 2 บริษัทใน mai ที่ได้รับรางวัล Best CEO Awards (mai) จากงาน SET Awards ปี 2008 และปี 2010 คือ บริษัท โรงพยาบาลไทยนครินทร์ (TNH) และบริษัท พลาสติค และหีบห่อไทย (TPAC)” นายชนิตร กล่าว
ณ วันที่ 20 มิ.ย. 2554 ดัชนี mai อยู่ที่ 292.35 จุด เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2553 มี พี/อี 19.47 เท่า และราคาต่อมูลค่าบัญชีที่ 2.59 เท่า โดยปี 2554 นี้เป็นปีที่มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุดเท่ากับ 637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% จากปี 2553







