posttoday
รับสร้างบ้านฝ่าวิกฤตต้นทุนหวั่นนโยบายขึ้นค่าแรงทำบ้านแพง 3-12%

รับสร้างบ้านฝ่าวิกฤตต้นทุนหวั่นนโยบายขึ้นค่าแรงทำบ้านแพง 3-12%

21 มิถุนายน 2554

แนวโน้มต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากทั้งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน และค่าจ้างแรงงาน

แนวโน้มต้นทุนก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากทั้งวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน และค่าจ้างแรงงาน

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

เป็นปัจจัยที่ยากจะเลี่ยงได้สำหรับวงการรับสร้างบ้าน การปรับตัวในทุกรูปแบบเท่านั้น จึงจะเป็นทางออกที่ดี เป็นผลให้สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านต้องลุกขึ้นจัดสัมมนา ภายใต้หัวข้อ Decoding Cost : ถอดรหัสสกัดต้นทุนแพง เพื่อหาแนวทางรับมือกับวิกฤตต้นทุนพุ่งดังกล่าว

แนะธุรกิจรวมกลุ่มรับมือต้นทุนพุ่ง

นริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวในฐานะประธานเปิดงานดังกล่าวว่า แนวโน้มนับจากนี้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ โดยในภาคธุรกิจรับสร้างบ้านต้องเตรียมรับมือกับราคาวัสดุก่อสร้างที่จะเพิ่มขึ้นอีก จากนโยบายสร้างเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลชุดใหม่

รับสร้างบ้านฝ่าวิกฤตต้นทุนหวั่นนโยบายขึ้นค่าแรงทำบ้านแพง 3-12%

ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรหาแนวทางในการควบคุมต้นทุนก่อสร้าง โดยสมาคมควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดูแลสมาชิก เช่น การรวมตัวสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง การล็อกราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าให้กับทั้งสมาชิก การใช้พื้นที่เก็บวัสดุก่อสร้างร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนต่างๆ

นอกจากนี้ ยังต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องแรงงานขาดแคลนอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยสมาคมควรเร่งหาแนวทางผลิตแรงงานฝีมือใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจจะคล้ายกับวิธีการของตลาดทุน ที่มีวิทยาลัยตลาดทุน เป็นต้น และจังหวะนี้ต้องระมัดระวังเรื่องการรับงาน ไม่ควรรับงานเกินตัว เพราะอาจมีความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน

ฟันธง 2 ปี น้ำมันทะลุ 150 เหรียญ

ด้านมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันและพลังงาน กล่าวว่า ความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลกของประเทศยักษ์ใหญ่ยังคงสูงขึ้น เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงการที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากสึนามิจนทำให้ไม่สามารถใช้การได้เต็มความสามารถ จะทำให้ญี่ปุ่นต้องนำเข้าพลังงานเพิ่มเติม เพื่อใช้ทดแทนพลังงานจากนิวเคลียร์

ขณะที่สถานการณ์การผลิตน้ำมัน หรือส่งออกน้ำมันยังคงสวนกระแสความต้องการจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองในตะวันออกกลาง จากทั้งความต้องการที่เพิ่มขึ้นและการผลิตมีโอกาสลดลง จึงมีการคาดการณ์ว่าในอีก 2 ปีข้างหน้า ราคาน้ำมันจะพุ่งไปถึง 150-200 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล

รัฐบาลไทยต้องหาแนวทางรับมืออย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ใช้วิธีตรึงราคาน้ำมันที่จะมีผลกระทบในระยะยาว เพราะในเดือน ก.ย.ที่จะถึงนี้ รัฐจะเลิกอุดหนุนราคาน้ำมัน เงินเฟ้อจะกระชากขึ้นไป และจะส่งผลต่อราคาสินค้าและวัสดุก่อสร้าง แต่หากรัฐอุดหนุนต่อเนื่อง รัฐจะสูญเสียเงินภาษีสูงถึง 8-9 หมื่นล้านบาท หรือเกือบปีละ 1 แสนล้านบาท

ดัชนีราคาวัสดุพ.ค.ขยับแรง 5.6%

ด้านเสาวคนธ์ ตัณตรีบูรณ์นักวิชาการพาณิชย์ ชำนาญการพิเศษ กลุ่มดัชนีก่อสร้าง สำนักดัชนีเศรษฐกิจการค้า กล่าวว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างจนถึงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ขยับขึ้นมาแล้ว 5.6% โดยมาจากกลุ่มเหล็ก และผลิตภัณฑ์เหล็ก กลุ่มซีเมนต์ และกลุ่มสุขภัณฑ์มากที่สุด

นอกจากนี้ ยังมีการประเมินว่าการที่ราคาวัสดุก่อสร้างที่จะขยับขึ้นจะกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ ซึ่งหากเงินเฟ้อขึ้น แน่นอนว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องใช้นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อแทรกแซงเงินเฟ้อ ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญหน้ากับต้นทุนขึ้นรอบด้านทั้งราคาวัสดุก่อสร้างและดอกเบี้ยขาขึ้น

หวั่นขึ้นค่าจ้างกระทบตลาดหนัก

ขณะที่วิบูลย์ จันทรดิลกรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ไม่เพียงแต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ชัดเจนว่าต้องปรับขึ้น แต่ต้นทุนค่าจ้างแรงงานต้องขยับขึ้นแน่นอน เพราะนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองใหญ่ล้วนประกาศว่าจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำขึ้น

ขณะที่องค์ประกอบของราคาบ้านมีสัดส่วนของค่าจ้างแรงงานสูงถึง 27% ส่วนค่าก่อสร้าง 73% ซึ่งหากค่าจ้างขั้นต่ำขึ้น 25% จากปัจจุบันในกรุงเทพฯ อยู่ที่ 215 บาท กลายเป็น 240 บาท จะมีผลให้ราคาบ้านต้องปรับขึ้น 3.6% จนถึง 4% และหากขึ้นเป็น 300 บาทต่อวัน จะทำให้ราคาบ้านมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 12% ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการเลี่ยงไม่ได้เลย

จากปัจจัยดังกล่าวทำให้กังวลว่าหากมีการขึ้นค่าจ้างแรงงานจริงตามนโยบายหาเสียง จะกระทบต่อตลาดรับสร้างบ้านอย่างหนัก โดยเฉพาะผู้ที่รับงานไว้จำนวนมาก โดยไม่ได้คำนวณความเสี่ยงเรื่องค่าจ้างแรงงานจะเพิ่มขึ้น ในเวลานี้หลายค่ายจึงชะลอการรับงานชั่วคราวจนถึงหลังเลือกตั้ง จึงจะมีการประเมินสถานการณ์ใหม่อีกครั้ง

แนะดึงไอทีคุมต้นทุนล่วงหน้า

สุทัศน์ วงศ์วิเศษกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ผู้ประกอบการด้านไอที กล่าวว่า การดึงระบบไอทีเข้ามาปรับใช้กับการบริหารจัดการองค์กร จะช่วยในเรื่องการวางแผนด้านการขาย การก่อสร้าง การโยกย้ายแรงงานไปยังไซต์ก่อสร้างต่างๆ โดยอาจจะไม่ต้องรับแรงงานเพิ่ม

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ระบบไอทีในการวิเคราะห์ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง และค่าจ้างแรงงานได้ล่วงหน้าด้วย โดยหากผู้ประกอบการรายเล็กที่มองว่าการลงทุนไอทีต้องใช้เม็ดเงินสูง สามารถใช้ระบบโปรแกรมอย่างเอกซ์เซลในการวิเคราะห์เรื่องดังกล่าวได้ โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม แต่องค์กรต้องหันมาให้ความสำคัญและส่งบุคลากรไปอบรมเพิ่มเติม

ในครึ่งปีหลัง เมื่อผ่านการเลือกตั้งได้รัฐบาลใหม่ มรสุมต้นทุนจะเริ่มก่อตัวแรงขึ้นเรื่อยๆ หากไม่หาทางรับมืออย่างแข็งขัน โอกาสเจ็บตัวก็ย่อมมีสูงแน่นอน

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน