posttoday
วิกฤตหนี้กรีซ..เสี่ยงกลายพันธุ์

วิกฤตหนี้กรีซ..เสี่ยงกลายพันธุ์

21 มิถุนายน 2554

สวัสดีครับทุกท่าน ผมเชื่อว่านักลงทุนทั่วโลกในช่วงนี้กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้ของประเทศกรีซ

สวัสดีครับทุกท่าน ผมเชื่อว่านักลงทุนทั่วโลกในช่วงนี้กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้ของประเทศกรีซ

โดย..สุกิจ  อุดมศิริกุล 

ซึ่งคงต้องยอมรับครับว่า รัฐบาลกรีซสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนและนักวิเคราะห์รวมถึงพลเมืองในประเทศมากทีเดียว

ในปัจจุบันอันดับความน่าเชื่อถือของพันธบัตรรัฐบาลกรีซอยู่ในระดับที่ต่ำและมีโอกาสผิดนัดชำระหนี้ หรือจังก์ ไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.นี้ หรืออาจจะกล่าวโดยเปรียบเทียบว่าประเทศไทยมีความมั่นคงกว่ามาก โดยอันดับความน่าเชื่อถือของไทยที่เอสแอนด์พี และมูดี้ส์ให้กับไทย คือ BBB+ และ Baa1 ตามลำดับ พร้อมกับมุมมอง (Outlook) ในระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable) สูงกว่าอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซอยู่ 5 ขั้น

วิกฤตหนี้กรีซ..เสี่ยงกลายพันธุ์

สำหรับความน่าผิดหวังของกรีซนั้นเกิดขึ้นเพราะการที่กรีซมีแนวโน้มว่าจะไม่สามารถชำระคืนหนี้ที่ครบกำหนดได้ในเดือน ก.ค.ที่จะถึงนี้ รวมถึงการที่รัฐบาลไม่สามารถลดการขาดดุลการคลังได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่น่าเกิดขึ้น เพราะกรีซเพิ่งขอกู้เงินจากทางยุโรปและไอเอ็มเอฟไปในช่วงเดือน พ.ค. 2553 หรือประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา วงเงิน 1.1 แสนล้านยูโร โดยวงเงินดังกล่าวคาดว่าจะเพียงพอในช่วงเวลา 2 ปี

ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าในขณะนั้นผมเชื่อว่านักลงทุนและนักวิเคราะห์ก็ไม่ได้เชื่อมั่นนักว่าการกู้เงินของกรีซจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤตหนี้ของกรีซได้ ผมเองก็มีความเห็นว่าการกู้เงินของกรีซเพียงเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดสภาพคล่องและช่วยลดต้นทุนเงินกู้ของกรีซ ซึ่งอยู่ในระดับสูงขึ้นมาก หรือประมาณ 7% บวกกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของเยอรมนีอายุ 5 ปี (ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 19% บวกเพิ่มจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรเยอรมนีอายุ 5 ปี) แต่ยังไม่ได้แก้ไขปัญหาที่แท้จริง คือ การลดการใช้จ่ายของภาครัฐบาลและการหารายได้เพิ่มขึ้นซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา ประเด็นอยู่ที่ว่าทำไมกรีซใช้เงินกู้วงเงิน 1 แสนล้านยูโร หมดเร็วเกินคาด และการขอยืดหนี้จากเจ้าหนี้เอกชน รวมถึงการขอเงินกู้ใหม่อีกประมาณ 1 แสนล้านยูโรนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งคำตอบที่เราได้จากข่าวคราวในปัจจุบันจากสมาชิกของยุโรปรายสำคัญ ได้แก่ เยอรมนี ฝรั่งเศส ธนาคารกลางยุโรป (ECB) รวมถึงไอเอ็มเอฟ คงเป็นคำตอบที่ชัดเจนแล้วว่าไม่เหมาะสม ไม่เช่นนั้นเราคงไม่ต้องรอคอยมาตรการในการช่วยเหลือกรีซมาแล้วตั้งแต่ปลายเดือน พ.ค. 2554 เพียงแต่ว่าในขณะนี้ปัญหาของกรีซไม่ได้อยู่เพียงในกลุ่มประเทศโปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์เหมือนปีก่อนเท่านั้น แต่ได้ลุกลามไปสู่สถาบันการเงินผู้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้

ดังนั้น จึงทำให้ผู้นำประเทศอย่างเยอรมนีเองคงเห็นว่าเป็นการเสี่ยงเกินไปที่จะปล่อยให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ เพราะผลกระทบจะรุนแรงมากและอาจจะจัดการไม่ได้เหมือนดังกรณีเลห์แมน บราเธอร์ส ที่ล้มละลายในปี 2551 ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงทำให้นักลงทุนยังคงคาดว่ากรีซจะได้รับเงินกู้ก้อนใหม่ในไม่ช้า

ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ประกาศเตือนว่า มีโอกาสที่จะลดอันดับความน่าเชื่อถือของธนาคาร 3 แห่งในฝรั่งเศส ได้แก่ BNP Paribas (Aa2) ซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในฝรั่งเศส Societe Generale (Aa2) และ Credit Agricole (Aa1) เนื่องจากธนาคารทั้ง 3 แห่งมีเงินลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลของกรีซ โดย Societe Generale มีความเสี่ยงที่จะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือมากกว่า 1 ขั้น ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เอสแอนด์พี และมูดี้ส์ ได้ประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงสู่ระดับ CCC หรือจังก์ ซึ่งส่งผลให้มีความเสี่ยงที่กรีซจะผิดนัดชำระหนี้

สำหรับชื่อบทความของผมในสัปดาห์นี้ คือ วิกฤตหนี้กรีซมีความเสี่ยงกลายพันธุ์นั้น ผมตั้งใจจะสื่อว่าปัญหาวิกฤตหนี้ของกรีซมีความเสี่ยงกลายเป็นวิกฤตของสถาบันการเงินหากกรีซผิดนัดชำระหนี้ขึ้นมาจริง ซึ่งผลกระทบของวิกฤตสถาบันการเงินคงไม่แตกต่างจากวิกฤตที่เกิดขึ้นกับเลห์แมน บราเธอร์ส ถึงแม้ในครั้งนี้คาดว่าผลอาจจะไม่รุนแรงเท่า เนื่องจากความพร้อมของรัฐบาลที่มีเครื่องมือรองรับอยู่

วิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส นั้นจริงๆ เริ่มต้นจากวิกฤตซับไพรม์ ซึ่งเกิดจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และกระทบต่อสถาบันการเงินซึ่งผลกระทบรุนแรงขึ้นเนื่องจากมีส่วนประกอบของตราสารอนุพันธ์ และสุดท้ายก็ไปกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจโลก

สำหรับผลกระทบที่ผมคาดว่าจะเกิดขึ้น หากกรีซผิดนัดชำระหนี้ ได้แก่

ธนาคารกรีซต้องเพิ่มทุนมากเพื่อรองรับความเสียหายจากการขอลดหนี้ (Haircut) และอาจต้องขอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล

ธนาคารในยุโรปต้องเพิ่มทุนเช่นกัน ซึ่งจะกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ผลกระทบต่อสถาบันการเงินที่เป็นผู้ออก CDS ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนไม่น้อย

สถาบันการเงินไม่มั่นใจในการปล่อยสินเชื่อระหว่างกันเอง เกิดภาวะตึงตัวของตลาดสินเชื่อทั่วโลก (Global credit crunch) คล้ายกรณี เลห์แมน บราเธอร์ส

ผลกระทบต่อตลาดเงินสหรัฐ (Money market fund) เนื่องจากตลาดเงินสหรัฐเป็นแหล่งระดมทุนระยะสั้นของธนาคารในยุโรป ดังนั้น หากธนาคารในยุโรปไม่สามามารถ Rollover หนี้ระยะสั้นได้จะกระทบต่อสภาพคล่องในระยะสั้นเหมือนที่เคยเกิดขึ้นกับเลห์แมน บราเธอร์ส

ไอร์แลนด์และโปรตุเกสจะขอลดหนี้ด้วย

ผลกระทบต่อ ECB ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่เช่นกัน

ผลกระทบต่อการเมืองในเยอรมนีเนื่องจากประชาชนไม่เห็นด้วยแต่แรกในการช่วยเหลือกรีซ

กระทบต่อตลาดสินเชื่อทั่วโลกและการบริโภคในสหรัฐมีโอกาสชะลอตัว

ผลกระทบต่อเนื่องต่อเศรษฐกิจจีนในฐานะที่ยุโรปเป็นคู่ค้าสำคัญของจีน

ผลกระทบต่อตลาดการเงินทั่วโลกโดยเฉพาะตลาดหุ้น

หากพิจารณาจากผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมาซึ่งรุนแรงและเป็นการซ้ำเติมปัญหาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน หากกรีซผิดนัดชำระหนี้ทำให้ประเมินว่าทางเจ้าหนี้ของกรีซไม่น่าจะยอมให้กรีซผิดนัดชำระหนี้ รวมถึงไม่ยอมให้กรีซขอลดหนี้ (Hair Cut) กับเจ้าหนี้ ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ภาวะเศรษฐกิจและสถาบันการเงินในยุโรปยังคงอ่อนแอเกินไป เนื่องจากผลกระทบที่ตามมาจะรุนแรงเกินกว่าที่จะควบคุมได้ เหมือนกรณีที่ทางสหรัฐยอมให้เลห์แมน บราเธอร์ส ล้มละลาย ซึ่งสาเหตุหลักเกิดจากความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนต่อฐานะทางการเงินของเลห์แมน บราเธอร์ส ในขณะที่ทางธนาคารกลางสหรัฐไม่ยอมอัดฉีดเงินช่วยเหลือ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน