posttoday
การรีไฟแนนซ์นี้บัตรเครดิตเป็นดาบสองคมหรือไม่?

การรีไฟแนนซ์นี้บัตรเครดิตเป็นดาบสองคมหรือไม่?

21 มิถุนายน 2554

หากกระเป๋าสตางค์ของคุณเต็มไปด้วยบัตรเครดิตและจดหมายที่คุณได้รับมีแต่ใบเสร็จ น่าจะถึงเวลาที่คุณควรจะจัดระเบียบวินัยหนี้สินของคุณใหม่

หากกระเป๋าสตางค์ของคุณเต็มไปด้วยบัตรเครดิตและจดหมายที่คุณได้รับมีแต่ใบเสร็จ น่าจะถึงเวลาที่คุณควรจะจัดระเบียบวินัยหนี้สินของคุณใหม่

โดย..ธีระ ภู่ตระกูล

ความจริงหากคุณมีหนี้สินจำนวนมาก การเอายอดมารวมกัน (Debt Consolidation) โดยการโอนหนี้บัตรเครดิตไปสู่เงินกู้ประเภทหมุนเวียน (Revolving Installment Loan) ที่มีดอกเบี้ยต่ำ (Debt Refinancing) จะทำให้คุณประหยัดค่าดอกเบี้ยได้เป็นจำนวนมาก แต่หากทำผิดวิธีการยกเลิกบัตรเครดิตหรือการรวมหนี้ก็อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี นอกจากนี้รัฐบาลกำลังให้ของแถมโดยมีโครงการรีไฟแนนซ์หนี้ของบัตรเครดิตในอัตราร้อยละ 10 คิดให้รอบคอบก่อนตกลงร่วมโครงการดังกล่าว สิ่งที่คุณควรจะทราบมีดังนี้

โดยรวมในปัจจุบันนี้มีวิธีกู้ยืมเงินสำหรับใช้จ่ายส่วนตัวอยู่2 แบบ คือ แบบมีหลักประกัน (Secured) และแบบไม่มีหลักประกัน (Unsecured) ซึ่งในการกู้เงินลักษณะมีหลักประกันผู้กู้จะต้องนำทรัพย์สิน (อาทิ รถยนต์ หรือที่ดิน) มาค้ำประกันเงินที่กู้ยืม การกู้แบบจำนอง (Mortgage Loan) เป็นวิธีการกู้แบบธรรมดาทั่วไปสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อบ้านและที่ดิน สถาบันการเงินจะได้รับกรรมสิทธิ์ในบ้านเป็นหลักประกันจนกว่าผู้กู้ยืมจะชำระหนี้ครบถ้วน หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ธนาคารสามารถยึดและขายบ้านและที่ดินดังกล่าวเพื่อชำระหนี้คงค้างได้ในบางครั้ง เงินกู้เพื่อใช้ในการซื้อรถยนต์ (ใหม่หรือเก่า) จะมีรถยนต์เป็นหลักประกันในรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้บ้านและที่ดินเป็นหลักประกันของ Mortgage Loan ระยะเวลาการกู้จะสั้นกว่า โดยมักจะเปรียบเทียบกับอายุการใช้งานที่เหลือของรถยนต์คันดังกล่าว

เงินกู้แบบไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) คือการกู้ยืมเงินโดยผู้กู้ไม่ต้องนำทรัพย์สินมาค้ำประกัน การกู้แบบดังกล่าวจะมีให้เลือกมากมายจากสถาบันการเงินต่างๆ ภายใต้ Package การตลาดมากมาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะมาในรูปแบบของบัตรเครดิต การกู้ยืมส่วนตัว (Personal Loan) หรือการเบิกเงินเกินบัญชี (Bank Overdraft) ในประเทศไทยดอกเบี้ยสูงสุดที่จะสามารถใช้กับการกู้แบบไม่มีหลักประกัน คือร้อยละ 28 ซึ่งประกอบด้วย ดอกเบี้ย ร้อยละ 15 และค่าธรรมเนียม ร้อยละ 13 คำร้องขอกู้เงินลักษณะดังกล่าวจะต้องได้รับการตรวจสอบจากสถาบันเครดิตแห่งชาติ (National Credit Bureau) เพื่อยืนยันว่า ผู้ประสงค์จะกู้เป็นบุคคลที่มีความรับผิดชอบ ไม่มีประวัติเครดิตเสีย มีรายได้ประจำ และมีความสามารถที่จะชำระหนี้ได้

การรีไฟแนนซ์หนี้และการรวมหนี้

ด้วยที่อัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตที่ร้อยละ 20 ลูกหนี้ส่วนมากจะตกอยู่ในวัฏจักรของการยืมเงินจากบัตรหนึ่งเพื่อใช้หนี้ของบัตรอีกใบหนึ่ง เพราะฉะนั้นการรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิตให้กลายเป็นเงินกู้ที่สามารถผ่อนชำระได้โดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงเป็นสิ่งที่ควรจะทำหากสามารถทำให้ถูกวิธี ขั้นแรกคุณต้องรู้ว่าคุณต้องการอะไรจากการรวมหนี้ คุณต้องการอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลงหรือคุณต้องการผ่อนรายเดือนน้อยลง หรือคุณเพียงแค่ต้องการขยายระยะเวลาเงินกู้ของคุณ หากเป็นสองประเด็นหลังคุณต้องดำเนินการแบบรอบคอบและระมัดระวัง

คุณควรจะเก็บบัตรใบไหนไว้

หากคุณตัดสินใจแล้วว่าคุณจะเก็บบัตรใบไหนไว้ คุณควรจะคิดถึงความต้องการด้านเครดิตของคุณ วิธีการใช้บัตรเครดิตของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าควรจะรวมยอดหนี้หรือไม่ คุณมีบัตรเครดิตของห้างสรรพสินค้าหรือบัตรเครดิตที่คุณไม่ใช้หรือไม่ คุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อสะสมไมล์หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นคุณมีแผนที่จะใช้ไมล์ดังกล่าวหรือไม่ ลองคำนวนดูว่าคะแนนที่คุณได้คุ้มกับค่าธรรมเนียมที่จ่ายไปหรือไม่

ลองทำตามขั้นตอนดังนี้

ในที่สุดคนส่วนมากมักต้องการบัตรเครดิตเพียง 2-3 ใบเท่านั้น ซึ่งบัตรดังกล่าวเป็นบัตรที่สามารถทำได้ทุกอย่าง ในการรวมยอดหนี้ให้อยู่ภายใต้บัตรเครดิตไม่กี่ใบนั้นคุณต้องปฏิบัติดังนี้

จ่ายหนี้จำนวนน้อยที่คุณไม่ประสงค์จะเก็บไว้และปิดบัญชีดังกล่าว

โอนหนี้ที่เหลือไปยังบัตรเครดิตที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำที่สุดและห้ามใช้บัตรดังกล่าวจนกว่าจะชำระหนี้ทั้งหมด วิธีนี้จะหลีกเลี่ยงการต้องจ่ายดอกเบี้ยสำหรับสิ่งที่คุณจำเป็นต้องซื้อเป็นประจำ เมื่อชำระหนี้ครบถ้วนแล้วให้ปิดบัญชี

เลือกบัตร 23 ใบที่คุณต้องการเก็บไว้ และให้มั่นใจว่ามีวงเงินสูงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนของคุณ ปิดบัญชีอื่นและต้องมั่นใจว่าคุณชำระยอดหนี้บัตรเครดิตได้ครบถ้วนทุกเดือน

จะโอนหนี้อย่างไร

ก่อนที่คุณจะโอนหนี้ก้อนโตของคุณ คุณควรจะอ่านสัญญาและข้อบังคับของบัตรเครดิตพร้อมตั้งคำถาม มิฉะนั้นคุณอาจจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมและดอกเบี้ยที่สูงกว่าที่คุณคาดหมายไว้คำตอบสำหรับคำถามต่างๆ ส่วนมากจะปรากฏบนรายงานประจำเดือนของบัตรเครดิตคุณ หากคุณหาคำตอบไม่ได้โทร.หาบริษัทบัตรเครดิตและขอสัญญาและข้อบังคับของบัตรเครดิตดังกล่าว

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการรวมหนี้บัตรเครดิต

การรวบยอดหนี้บัตรเครดิตอาจมีอันตรายได้ อันดับแรกที่อาจเกิดขึ้นทันที คือ ความสามารถของคุณในการบริหารการโอนหนี้ คุณควรระวังความผิดพลาดที่อาจทำให้คุณต้องเสียเงินดังต่อไปนี้

1) การยกเลิกบัตรเครดิตที่ยังมียอดค้างชำระ ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยเพิ่มมากขึ้น ทำให้คุณต้องจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น คุณไม่ควรให้ผู้ออกบัตรดังกล่าวทราบว่าคุณกำลังจะยกเลิกบัตร เพราะบางบริษัทจะเพิ่มอัตราดอกเบี้ยหากคุณพยายามปิดบัญชีในระหว่างที่ยังมียอดค้างชำระ

2) ไม่ทราบอัตราและค่าธรรมเนียมสำหรับการโอนยอด

3) การไม่ชำระหนี้ขั้นต่ำจนกระทั่งกระบวนการโอนเสร็จสิ้น หากคุณไม่ชำระหนี้บัตรใบหนึ่ง ผลตอบแทนดีๆ ที่คุณจะได้รับจากบัตรอีกใบหนึ่งก็อาจหายไปได้ และการดำเนินการโอนหนี้ก็จะประหยัดไม่ได้สักบาท

4) การไม่จ่ายยอดค้างชำระตรงเวลา คุณต้องคำนึงว่าการชำระหนี้ล่าช้าจะมีค่าปรับที่สูงมาก

คุณควรจะรับข้อเสนอของรัฐหรือไม่

หากมองผิวเผิน ข้อเสนอของรัฐดูน่าสนใจมาก แต่ช่วงเวลาการสมัครเข้าโครงการดังกล่าวนั้นสั้นมาก คือระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค. 2554 นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องมีประวัติเครดิตที่ดีและธนาคารที่ร่วมโครงการทั้งสามแห่ง (ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลาม) มีสิทธิชี้ขาดว่าใครมีคุณสมบัติเพียงพอ ช่วงเวลาการผ่อนคืนจะอยู่ระหว่าง 13 ปี และยอดรีไฟแนนซ์สูงสุดเท่ากับ 5 เท่า ของเงินเดือนปัจจุบันแต่ไม่เกิน 3 แสนบาท โดยต้องเข้าใจว่าหากคุณรับข้อเสนอดังกล่าวคุณต้องปิดบัญชีบัตรเครดิตทุกใบและห้ามก่อหนี้ใหม่เป็นเวลา 1 ปี โครงการดังกล่าวจะต้องใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นร้อยละ 6 ของหนี้บัตรเครดิตทั้งหมดหรือประมาณ 1.6 แสนล้านบาท

สิ่งที่คุณต้องจำไว้ คือ หนี้ของคุณยังมีอยู่ถึงแม้จะอยู่ภายใต้ระบบการผ่อนชำระที่ดีขึ้นก็ตาม และคุณต้องมีวินัยในการชำระหนี้ดังกล่าวก่อนที่จะก่อหนี้ใหม่ พูดอีกนัยหนึ่ง คือ การรวบยอดหนี้ไม่ได้หมายความว่าคุณสามารถก่อหนี้ใหม่ในบัตรเครดิตของคุณได้ หากคุณจริงใจที่จะชำระหนี้ทั้งหมด คุณควรจะใช้โอกาสนี้จัดระเบียบหนี้บัตรเครดิตของคุณให้อยู่ในที่เดียวและมุ่งมั่นในการชำระหนี้ให้หมด พร้อมทั้งกำจัดบัตรเครดิตที่คุณไม่ต้องการ

การกู้เงินก็เหมือนกับการดื่มเหล้า ดื่มได้แต่ต้องรับผิดชอบ การดื่มเบียร์ไม่กี่กระป๋องคงไม่ทำร้ายใคร แต่ก็มีเส้นแบ่งบางๆ ที่จำกัดขอบเขต หากคุณข้ามเส้นดังกล่าวคุณจะเจอทางลาดที่ลื่นชัน อาจมีหลายโอกาสในชีวิตที่คุณกู้เงินอย่างมีเหตุผลและด้วยความรับผิดชอบ การเงินกู้แบบมีจุดประสงค์ (Purpose Loans) มีหลายแบบ อาทิ เพื่อเป็นทุนการศึกษาระดับสูงเพื่อความก้าวหน้าของอาชีพการงานของคุณ เพื่อซื้อบ้านใหม่หรือปรับปรุงบ้านหลังเดิมให้เหมาะสมกับความต้องการของครอบครัวคุณ หรือเพื่อจ่ายค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น เหตุผลข้างต้นเป็นแค่ตัวอย่างของเหตุผลที่เราต้องการเงินกู้ หากเรากู้เงินด้วยความรับผิดชอบและจำนวนที่กู้อยู่ภายใต้งบที่เรากำหนดการกู้ยืมก็จะไม่มีผลเสีย คิดอีกนัยเงินกู้คือเครื่องมือทางการเงินที่เปรียบเสมือนสะพานที่ทอดผ่านช่องว่าง ทำให้เราสามารถก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นไม่ว่าจะเป็นช่วงไหนของชีวิต และจะช่วยให้เราหาสิ่งจำเป็นที่เราต้องการให้เร็วขึ้น “เงินกู้” ในภาษาอังกฤษอาจจะเป็นคำที่สะกดด้วยตัวอักษร 4 ตัวเท่านั้น “Loan” แต่คำอื่น อาทิ ช่วยเหลือ “Help” ดี “Good” ชีวิต “Life” ก็สะกดด้วยตัวอักษร 4 ตัวเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค