
เปิดมุมมอง “ทอเร่ จอห์นเซ่น” 3 จี ปีนี้มาแน่
“ดีแทคจะไม่เข้าร่วมหรือเช่าใช้โครงข่าย 3 จีของทีโอที เพราะเชื่อมั่นว่ากระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประมูล 3 จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ จะชัดเจนและเดินหน้าช่วงครึ่งปีหลัง และจะได้เห็นการประมูล 3 จีเกิดขึ้นแน่นอน”
“ดีแทคจะไม่เข้าร่วมหรือเช่าใช้โครงข่าย 3 จีของทีโอที เพราะเชื่อมั่นว่ากระบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวกับการประมูล 3 จีบนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ จะชัดเจนและเดินหน้าช่วงครึ่งปีหลัง และจะได้เห็นการประมูล 3 จีเกิดขึ้นแน่นอน”
ทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค เปิดใจระหว่างการโชววิชั่นประจำปี 2010 ของดีแทค กับเม็ดเงินลงทุนเพียง 6,000 ล้านบาท ขยายความสามารถของโครงข่ายเพื่อรองรับการใช้งาน (Capacity) บนคลื่นความถี่เดิม ซึ่งรวมถึงบริการเอชเอสพีเอที่มีแผนขยายจาก 36 สถานีเป็น 1,000 สถานี ครอบคลุมทั่วกทม.และหัวเมืองใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอคณะกรรมการ (บอร์ด) กสท โทรคมนาคม ในฐานะเจ้าของสัญญาสัมปทานอนุมัติเท่านั้น
ด้วยเม็ดเงินลงทุนด้านโครงข่ายที่ไม่มากนัก ย้ำให้เห็นชัดเจนว่า ดีแทคต้องการตุนงบประมาณไว้ลงทุนยิ่งใหญ่ครั้งเดียวกับโครงข่าย 3 จีและการไม่ร่วมกับทีโอทีนั้นเพื่อต้องการแสดงจุดยืนว่า การที่ทีโอทีได้เป็นผุ้ให้บริการ 3 จี เพียงรายดียวนั้น ไม่ยุติธรรมสำหรับอุตสาหกรรมมือถือ ดังนั้น ถึงเวลาที่ประเทศไทยควรจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันที่แท้จริงภายใต้การเปิดประมูลใบอนุญาตใหบริการ (ไลเซ่นส์) 3 จี เสียที
ส่วนการให้บริการ 3 จี บนคลื่นเดิม 850 เมกะเฮิร์ตซ ที่กำลังจะขยายให้ลูกค้าได้ใชฟรีทั่ว กทม.และเมืองใหญ่นั้น พื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานให้กับลูกค้าได้สัมผัสความเร็วในสปีดที่แตกต่าง และจะเป็นส่วนสำคัญที่ดีแทคสามารถดึงดูดลูกค้าจากคู่แข่งได้มากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันจะไม่มีรายได้จากบริการส่วนนี้ก็ตาม
ระหว่างที่รอไลเซ่นส์ 3 จีอยู่นั้น ในปีนี้ดีแทคจะให้ความสำคัญกับตลาดสมาร์ทโฟนเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น แบล็กเบอบรี่ (บีบี) แอนดรอยด์ วินโดวส์ โมบาย รวมไปถึงค่ายยักษ์ใหญ่ที่เป็นผู้ปลุกกระแสให้สมาร์ทโฟนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้ดีแทคมีสมาร์ทโฟนที่ครอบคลุมทุกการใช้งาน
ซิอีโอ ดีแทค มองว่า จากระบบปฏิบัติการที่หลากหลายแลผู้ผลิตอินเตอร์แบรนด์หลายค่าเริ่มดัมพ์ราคาสมาร์ทโฟนให้ กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปได้เข้าถึงง่ายขึ้น จากเดิมที่สมาร์ทโฟนเป็นเรื่องของตลาดบน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำใหปีนี้สมาร์ทโฟนได้รับความนิยมตลอดปี ซึ่งนอกจากการปรับปรุงบริการด้านบีบีแล้ว จะเน้นการขายแพคเกจบันเดิลกับพันธมิตรต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เจมาร์ท โมโตโรลา และซัมซุง
“สมาร์ทโฟนจะเป็นตัวจุดพลุที่ทำให้อุตสาหกรรมมือถือปีนี้คึกคักและกลับมาเติบโตมากขึ้น หลังจากที่ค่อนข้างนิ่งมานาน และต้องเจอกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกปีที่แล้ว ซึ่งดีแทคเชื่อว่าสัญญาณบวกที่เกิดขึ้นจะทำให้ดีแทคติบโตในอัตรา 7-9%ในปีนี้”
ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาดีแทคมีรายได้รวม 6.5 หมื่นล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า 3% แต่กระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจาก 1.2 หมื่นล้านบาทเป็น 1.4 หมื่นล้านบาท







