
ท่าเรือลั่นลุยเชียงแสน2ค่าเช่ายังป่วน
การท่าเรือฯ วางแผนบริหารเชียงแสน 2 ให้พร้อม ก่อนกำหนดเปิด 1 เม.ย. 2555 หลังเจรจาจ่ายค่าเช่าให้ธนารักษ์ไม่สำเร็จ
การท่าเรือฯ วางแผนบริหารเชียงแสน 2 ให้พร้อม ก่อนกำหนดเปิด 1 เม.ย. 2555 หลังเจรจาจ่ายค่าเช่าให้ธนารักษ์ไม่สำเร็จ
น.ส.ลาวัลย์ อังคีรส ผู้ช่วยผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) สายบริหารธุรกิจ เปิดเผยว่า ขณะนี้การท่าเรือได้วางแผนเพื่อเข้าไปบริหารท่าเรือเชียงแสน 2 แล้ว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ กทท.ได้นำเรื่องการเช่าพื้นที่กรมธนารักษ์ที่ท่าเรือเชียงแสน 2 เข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยยื่นขอจ่ายค่าเช่าพื้นที่เหมือนท่าเรือระนอง คือ จ่ายค่าเช่า 2% ของรายได้ แต่ทาง ครม.ยังไม่ได้อนุมัติ เรื่องจึงอยู่ในขั้นตอนที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เจรจาต่อรองให้ ซึ่งกำหนดเปิดให้บริการท่าเรือเชียงแสน 2 ในวันที่ 1 เม.ย. 2555
นอกจากนี้ ประเด็นที่ ครม.ยังไม่ได้ข้อสรุป คือ เมื่อให้ กทท.ย้ายมาทำธุรกิจที่ท่าเรือเชียงแสน 2 แล้ว ท่าเรือเชียงแสน 1 หน่วยงานใดจะรับผิดชอบต่อ จะให้ กทท. หรือหน่วยงานของจังหวัดทำ ดังนั้นการเตรียมการเรื่องนี้จึงกระทบต่อแผนงานของ กทท.
“เราต้องเตรียมวางแผนสำรองเพื่อรองรับการดำเนินงานในอนาคตไว้ เพราะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลชุดใหม่จะมีนโยบายในการบริหารงานอย่างไร หากกำหนดให้ท่าเรือเชียงแสน 1 เป็นท่าเรือท่องเที่ยว ก็อาจมอบหมายให้หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของ จ.เชียงราย เข้าไปดูแลแทน” น.ส.ลาวัลย์ กล่าว
สำหรับแผนการย้ายการปฏิบัติงานจากท่าเรือเชียงแสน 1 มาที่แห่งใหม่นั้น กทท.ได้เตรียมทยอยขนเครื่องมือและอุปกรณ์บางส่วนจากท่าเรือเชียงแสน 1 เข้ามาใช้ ประกอบกับอุปกรณ์ที่ท่าเรืออื่นๆ ซึ่งไม่ได้ใช้งานเข้ามาเสริมศักยภาพในส่วนนี้ด้วย ส่วนบุคลากรหลักนอกเหนือจากพนักงาน กทท.แล้ว จะจ้างเอาต์ซอร์สและบุคลากรในพื้นที่เข้ามาทำงานในท่าเรือเชียงแสน 2 ด้วย โดยแผนในอนาคตจะเปิดเป็นศูนย์บริการแบบครบวงจรน.ส.ลาวัลย์ กล่าวว่า การท่าเรือได้จัดสรรงบประมาณบางส่วนสร้างระบบจัดเก็บเอกสารเพื่อรองรับการทำงานที่ท่าเรือเชียงแสน 2 โดยคาดว่าในอนาคตจะสามารถดำเนินการให้บริการแบบศูนย์ครบวงจร ในส่วนของท่าเรือภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ท่าเรือระนอง ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐที่ต้องการเปิดทำเลการขนส่งสินค้าทางอินโดจีนจีนตอนใต้ ขณะนี้ยังไม่ค่อยได้รับการตอบสนองจากผู้ประกอบการมากนัก จึงเป็นเพียงแหล่งส่งน้ำมันของ บริษัท ปตท. สผ.
อย่างไรก็ตาม คาดว่า ในอนาคต เมื่อพม่าเริ่มแผนพัฒนาประเทศ จะทำให้ผู้ประกอบการหันมาใช้เส้นทางขนส่งสินค้าทางน้ำที่ท่าเรือระนองมากขึ้น ข้อมูลเดือนพ.ค.2554 มีเรือเทียบท่าที่ท่าเรือระนอง 135 เที่ยว ลดลงจากปีที่ผ่านมา 29.32% สินค้าผ่านท่า 17,670 เมตริกตัน ลดลงจากปีที่ผ่านมา 0.39% และตู้สินค้าผ่านท่า 105 ทีอียู ลดลงจากปีที่ผ่านมา 54.94%







