
วิกฤตหนี้กรีซฉุดเงินบาทอ่อนค่าตลอด
แนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (20-24 มิ.ย. 2554) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.30-30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
แนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (20-24 มิ.ย. 2554) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.30-30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
โดย..วารุณี สิทธิถาวร
โดยคงต้องจับตาข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือน พ.ค.ของไทย สัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกที่อาจมีจุดสนใจอยู่ที่ความคืบหน้าของแผนความช่วยเหลือกรีซรอบใหม่ การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (2122 มิ.ย.) และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญ อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่และบ้านมือสองเดือน พ.ค. ข้อมูลจีดีพีประจำไตรมาส 1/2554 (รอบสุดท้าย) และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
สัปดาห์ที่ผ่านมา (1317 มิ.ย. 2554) เงินบาทปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า ท่ามกลางความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้ในยุโรป โดยสัปดาห์นี้เงินบาทเคลื่อนไหวในช่วง 30.2130.72 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 30.2130.51 บาทต่อเหรียญสหรัฐในสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้เงินบาทเปิดตลาดในทิศทางอ่อนค่า โดยอยู่ที่ 30.42 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันจันทร์ และมีแนวโน้มอ่อนค่าลงตามทิศทางสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังคงปรับลดการลงทุนในสินทรัพย์เอเชียจากความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการจัดการปัญหาหนี้สินของกรีซ และมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ภายหลังข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐและจีนในช่วงนี้ค่อนข้างอ่อนแอ ทั้งนี้วิกฤตหนี้ของกรีซที่ส่อเค้าลุกลามสู่ประเทศอื่นๆ ผ่านความเชื่อมโยงทางการเงิน กระตุ้นให้นักลงทุนมีการเทขายสินทรัพย์เอเชีย
อย่างไรก็ดี นอกจากปัจจัยลบจากต่างประเทศแล้ว ค่าเงินบาทยังได้ปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่ยังไม่แน่นอน ทำให้เงินบาทปรับตัวย่ำแย่และร่วงลงนำสกุลเงินภูมิภาค โดยอยู่ที่ระดับ 30.48 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงกลางสัปดาห์ และร่วงลงสู่ระดับ 30.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ อันเป็นผลจากการร่วงลงของตลาดหุ้นจากการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุน ท่ามกลางความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการลุกลามของวิกฤตหนี้สินของกรีซไปสู่ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค และปัจจัยลบเพิ่มเติมจากการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนในช่วงก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยเป็นส่วนใหญ่ในช่วงสัปดาห์นี้
ช่วงต้นสัปดาห์ เงินบาทเปิดทำการในวันแรกของสัปดาห์ที่ 30.42 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงจากระดับปิดในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนหน้า และยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าลงต่อเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนยังคงเลี่ยงการเข้าซื้อสินทรัพย์ในภูมิภาคจากความกังวลต่อปัญหาหนี้สินของยุโรป และมีความกังวลมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและจีนเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว ทั้งนี้ผลกระทบจากการเทขายสินทรัพย์เอเชีย ฉุดให้ค่าเงินภูมิภาคมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ประกอบกับมีปัจจัยลบเพิ่มเติมจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทำให้มีการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง และเป็นปัจจัยหลักที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทในช่วงนี้
ทั้งนี้ เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 30.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยเงินบาทปรับแข็งค่าขึ้นตามการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้ออีกครั้งหลังจากที่มีการปรับพอร์ตการลงทุน โดยการเทขายอย่างต่อเนื่องในช่วง 8 วันทำการที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ในภาพรวมเงินบาทยังแกว่งตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของปัจจัยต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ช่วงกลางสัปดาห์ เงินบาททรงตัวที่ระดับ 30.41 บาทต่อเหรียญสหรัฐ นักลงทุนมีการชะลอการเข้าทำธุรกรรมในช่วงก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ดี ภาวะการลงทุนที่ผันผวนในตลาดหุ้นเอเชีย ภายหลังมีข่าวว่ามูดี้ส์ประกาศทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือธนาคารชั้นนำ 3 แห่งของฝรั่งเศส ทำให้นักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับวิกฤตหนี้สินของกรีซที่เริ่มส่งผลลุกลามไปสู่ประเทศอื่นๆ ผ่านความเชื่อมโยงทางการเงิน จึงมีการเทขายอย่างหนักในตลาดหุ้นเอเชีย ซึ่งฉุดให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลง เช่นเดียวกับเงินบาทที่ร่วงลงแตะระดับ 30.48 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่การเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะช่วยหนุนการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงนี้
ปลายสัปดาห์ เงินบาทยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่า โดยร่วงลงสู่ระดับ 30.56 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี และยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าลง ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้น หลังได้รับแรงกดดันเกี่ยวกับปัญหาหนี้สินของกรีซ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ของสหรัฐ สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติสหรัฐ เผยว่า ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐร่วงลงเกินคาดสู่ระดับต่ำสุดนับจากเดือน ก.ย. 2553 ซึ่งเป็นการย้ำว่าภาคที่อยู่อาศัยของสหรัฐแทบไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว กระตุ้นให้นักลงทุนมีการเทขายสินทรัพย์เอเชีย เห็นได้จากการร่วงลงอย่างถ้วนหน้าของตลาดหุ้นเอเชีย ตลาดหุ้นไต้หวัน และเกาหลีใต้ ดิ่งลงเกือบ 2% เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยที่ปรับตัวลงแรงเช่นกัน
เงินบาทร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน ที่ระดับ 30.60 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังคงเป็นสกุลเงินที่ปรับตัวย่ำแย่เทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ในภูมิภาค เพราะนอกจากจะถูกกดดันจากปัญหาหนี้สินของกรีซแล้ว เงินบาทยังได้รับผลกระทบเพิ่มเติมจากการเลี่ยงความเสี่ยงของนักลงทุนในช่วงก่อนรู้ผลการเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนหน้า ส่งผลให้เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบที่อ่อนค่า และอยู่ที่ระดับ 30.63 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์







