
คอนโดโตผู้บริโภคซื้ออยู่จริง
เอเชี่ยนฯมั่นใจไม่เกิดฟองสบู่ เป้าขายปีนี้พุ่งทะลุ2หมื่นล้าน
เอเชี่ยนฯมั่นใจไม่เกิดฟองสบู่ เป้าขายปีนี้พุ่งทะลุ2หมื่นล้าน
เอเชี่ยนฯ มั่นใจตลาดคอนโดยังไปได้ เหลือผู้บริโภคตัวจริงซื้อ ล่าสุดเข็น 13 โครงการจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดขายครึ่งปีแรก
นายวิทการ จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (เอพี) กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมยังเติบโต โดยช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้มีจำนวนยูนิตเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่การขายหมดภายในเวลาอันรวดเร็วเหมือนปีที่แล้วจะชะลอตัวลง เพราะผู้ซื้อเป็นผู้ต้องการที่อยู่อาศัยแท้จริง ไม่ใช่เก็งกำไรระยะสั้น หรือผู้ลงทุนระยะยาว
“ยืนยันว่าตลาดคอนโดยังไม่โอเวอร์ซัพพลาย ผู้ซื้อเป็นผู้ที่มีความต้องการที่แท้จริง และพฤติกรรมผู้บริโภคให้การยอมรับกับที่อยู่อาศัยประเภทนี้มากขึ้น เนื่องจากสะดวกต่อการเดินทางไปทำงาน ภาวะรถติด ทำให้ยอมรับกับการอยู่คอนโดมากขึ้นเมื่อเทียบกับในอดีต” นายวิทการ กล่าว
ปัจจุบันตลาดคอนโดมิเนียมที่แข่งขันสูงจะเป็นระดับราคา 5 แสนถึง 2 ล้านบาทต่อยูนิต โดยเฉพาะในพื้นที่ชานเมืองของกรุงเทพฯ ที่ขยายตัวตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับการขยายเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ขณะที่ในเขตกรุงเทพฯ ชั้นในจะเป็นคอนโดมิเนียมระดับบน โดยที่การแข่งขันจะเหลือผู้ประกอบการรายหลักที่มีสถานะการเงินที่แข็งแรงเท่านั้น
สำหรับในช่วงครึ่งปีแรก บริษัททำยอดขายได้ประมาณ 7,000 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปี 2 หมื่นล้านบาท โดยครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่อีก 9 โครงการ จากทั้งหมดที่จะเปิดในปีนี้ 18 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ทาวน์เฮาส์ 7 โครงการ บ้านเดี่ยว 1 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 4 โครงการ อาทิ โครงการริธึ่ม สุขุมวิท 44/1 และแอสปายคอนโด ศรีนครินทร์
นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์องค์กรให้ตลาดได้รับรู้มากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดในอนาคต โดยหวังให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อ ไม่เพียงแต่แบรนด์ของแต่ละโครงการเท่านั้น แต่เป็นการพูดถึงทั้งองค์กร
ขณะเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อคอนโดมิเนียมในปัจจุบันยังเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในอนาคตของตลาดบ้านแนวราบ หากในอนาคตต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัย จะได้นึกถึงที่อยู่อาศัยของเอพี และกลับมาซื้อบ้านในโครงการของบริษัทซ้ำอีกครั้ง
ล่าสุด บริษัทได้จัด Aspiring Height by AP ด้วยการนำโครงการเก่าและใหม่จำนวน 13 โครงการ มูลค่า 8,400 ล้านบาท เพื่อมาจำหน่ายในงานราคาพิเศษลด 10% เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ คาดว่าจะมียอดขายภายในงาน 100 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 500-600 ล้านบาท







