posttoday
ใช้เงินได้อีก 5-6 แสนล้าน จัดสวัสดิการให้ประชาชน

ใช้เงินได้อีก 5-6 แสนล้าน จัดสวัสดิการให้ประชาชน

17 มิถุนายน 2554

นายสมชัย ตั้งข้อสังเกตเรื่องนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคว่า

นายสมชัย ตั้งข้อสังเกตเรื่องนโยบายหาเสียงของแต่ละพรรคว่า

พรรคประชาธิปัตย์จะทำนโยบายในลักษณะที่ต่อเนื่องจากที่เป็นรัฐบาล เช่น เรื่องภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ภาษีสิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนเรื่องการขึ้นภาษีอื่นๆ โดยให้เหตุผลว่าต้องรอดูสถานการณ์ ถือเป็นความยืดหยุ่นในการทำนโยบาย

ใช้เงินได้อีก 5-6 แสนล้าน จัดสวัสดิการให้ประชาชน

แต่อีกมุมหนึ่งมองได้ว่า เพราะฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรคประชาธิปัตย์คือคนมีรายได้สูง นักธุรกิจหรือไม่ ทำให้พรรคประชาธิปัตย์จึงยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบ และนโยบายการขึ้นภาษีหรือไม่ จึงอยากรู้ว่าในระยะยาวหากจำเป็นต้องขยายฐานภาษี ซึ่งจะทำให้คนรวยเสียภาษีมากขึ้น แล้วพรรคประชาธิปัตย์จะมีนโยบายจัดการด้านการเมืองอย่างไร

“การขยายฐานภาษีถือเป็นภาพใหญ่ทางการคลังที่ต้องแตะ แต่ประชาธิปัตย์ไม่แตะ ในฐานะนักวิจัยสงสัยว่าทำไมไม่แตะเรื่องนี้ ทำไมไม่ดูทั้งระบบ ทำให้ภาพยังไม่ชัดเจน ส่วนเรื่องภาษีที่ดินยังมีช่องโหว่ เรื่องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เช่น การสร้างทางรถไฟแล้วทำให้ที่ดินใกล้เคียงมีราคาสูงขึ้น แล้วจะมีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นหรือไม่” นายสมชัย กล่าว

ขณะที่ข้อมูลของพรรคชาติไทยพัฒนาถือว่ามีความเห็นตรงกับนักวิชาการหลายคน โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อเสริมความสามารถในการแข่งขัน รวมทั้งเห็นด้วยกับเรื่องของการขยายฐานภาษีเพิ่ม จากปัจจุบันอยู่ที่ 1617 % ของจีดีพี

สำหรับนโยบายของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน เห็นด้วยกับการมองภาพใหญ่โดยต้องดูเศรษฐกิจทั่วโลก เพราะวันนี้เห็นว่าคนไทยและพรรคการเมืองส่วนใหญ่มองแต่ตัวเองและมองสั้นๆ

รวมทั้งยังเห็นด้วยกับเรื่องการบริหารทรัพย์สิน การกำกับการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น เพราะการหารายได้ของรัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำแค่เรื่องการขยายฐานภาษีอย่างเดียว แต่ควรทำด้วยวิธีการอื่นร่วมกันไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นายสมชัย เห็นว่า หนึ่งในยุทธศาสตร์ของชาติในอีก 510 ปีข้างหน้าคือการจัดรัฐสวัสดิการให้กับประชาชน ปัญหาคือรัฐจะหาเงินมาสร้างสวัสดิการเหล่านี้ได้อย่างไร ที่ผ่านมาเคยทำวิจัยเรื่องรัฐสวัสดิการเสนอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โดยได้เสนอว่า สังคมไทยยังมีช่องโหว่เรื่องสวัสดิการแทบทุกชนชั้น เริ่มจากเด็กเล็กยังขาดสวัสดิการมาก รวมถึงงบในการพัฒนาไอคิวและอีคิว เด็กวัยเรียนยังมีปัญหาเรื่องความยากจน ไม่สามารถเข้าถึงระบบการเรียนได้อย่างแท้จริง แม้จะเห็นว่านโยบายการเรียนฟรีน่าจะเป็นนโยบายที่ดีที่สุดของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ยังทำได้แค่ 80% เท่านั้น เช่นเดียวกับวัยทำงานที่ถือว่ายังขาดสวัสดิการมากที่สุด ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ทำมาบ้างแล้ว เช่น เรื่องมาตรา 40 ในโครงการประชาวิวัฒน์ถือว่าทำแต่ไม่จุใจ เหมือนทำแบบไม่กล้า

สำหรับเรื่องเบี้ยผู้สูงอายุเดือนละ 500 บาท มี 2 เรื่อง คือ น้อยไปในแง่ของคนที่ขาด เพราะเงิน 500 บาทต่อเดือน ถือว่ายังไม่พอกับรายจ่ายที่สูงขึ้น และมากไปในกรณีที่จัดสรรไปให้กับคนที่ไม่ต้องการ

ทั้งนี้ เห็นว่าที่ผ่านมายังไม่มีพรรคการเมืองไหนพูดเรื่องรัฐสวัสดิการ เพราะถ้าทำกันเฉพาะเรื่องที่พูดมานี้คงต้องใช้เงินอีกไม่น้อยกว่า 2.4-2.5 แสนล้านบาท แต่ถ้าหากต้องการทำให้ครบทั้งระบบคาดว่ารัฐบาลต้องใช้เงินอีกไม่น้อยกว่า 56 แสนล้านบาท เพื่อให้ประเทศชาติมีความก้าวหน้าอย่างบูรณาการ เพราะฉะนั้นการจะไม่ขึ้นภาษีหรือปรับโครงสร้างภาษี จึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงยากมากในภาวะเช่นนี้  

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร