posttoday
กสิกรฯเชื่อหลังเลือกตั้งหุ้นรับผลบวก

กสิกรฯเชื่อหลังเลือกตั้งหุ้นรับผลบวก

16 มิถุนายน 2554

บล.กสิกรไทยเชื่อไม่ว่าพรรคใดได้จัดตั้งรัฐบาลส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นระยะสั้น เพราะต้องเร่งอัดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ  

บล.กสิกรไทยเชื่อไม่ว่าพรรคใดได้จัดตั้งรัฐบาลส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นระยะสั้น เพราะต้องเร่งอัดนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ  

นายกวี ชูกิจเกษม ผู้ช่วยกรรมกการผู้จัดการฝ่านวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะชนะการเลือกตั้ง เชื่อว่าจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้น โดยหากพรรคประชาธิปัตย์ชนะการเลือกตั้งจะส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นมากกว่า เนื่องจากมีเงื่อนไขที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายน้อยกว่า แต่หากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งก็จะส่งผลดีเช่นกัน แต่เป็นระยะเวลาที่สั้นกว่า เพราะหลายฝ่ายอาจกังวลกรณีนิรโทษกรรมที่พรรคเพื่อไทยชูเป็นนโยบาย อย่างไรก็ตามมองว่าไม่ว่าพรรคใดได้จัดตั้งรัฐบาลสิ่งแรกที่ต้องดำเนินการคือเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน ทั้งการออกนโยบายลดภาษีเงินได้นิติบุคคลและขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งตลาดหุ้นจะตอบรับในเชิงบวก หลังจากนั้นอาจจะทรงตัวหรือปรับฐานอีกรอบหากมีการพูดถึงการนิรโทษกรรมในทางปฏิบัติ

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยได้ปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้ขึ้นเป็น 1250 จุด จากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1180 จุด หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาส 1/54 ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก อย่างไรก็ตามมองว่าดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสลดลงแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 970 จุด เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลกับการหมดอายุลงของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE2)ที่ทำให้สภาพคล่องหายไปจากตลาดหุ้นและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์

"ตอนนี้ตลาดคงปรับฐานไปอีกระยะ เพราะกังวลสภาพคล่องที่หดหายไปมากกว่า ส่วนปัญหาหนี้ยุโรป การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และเงินเฟ้อในภูมิภาคเอเซียตลาดหุ้นรับรู้ไปพอสมควรแล้ว จึงไม่น่าจะมีผลมากนัก แต่มีความเป็นไปได้มากว่าในช่วงกลางไตรมาส 3 ปีนี้ ดัชนีมีโอกาสหลุดระดับ 1000 จุด และลงไปลึกสุดที่ 970 จุด เพราะภาพรวมยังไม่มีความชัดเจน ขณะที่ตลาดยังขาดปัจจัยบวกหนุน" นายกวี กล่าว

นายกวี กล่าวต่อว่า คาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวเพิ่มขึ้นทดสอบระดับ 1200 จุด ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค.นี้ เนื่องจากจะได้รับอานิสงส์จากการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ รวมทั้งคาดว่ารัฐบาลสหรัฐจะออกมาตรการ QE3 ในช่วงดังกล่าวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐอีกรอบ ซึ่งจะทำให้สภาพคล่องไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง

ทั้งนี้ บล.กสิกรไทยแนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มสื่อและบันเทิง หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลและโรงแรม เนื่องจากเป็นหุ้นในกลุ่มที่เอาชนะเงินเฟ้อที่คาดว่าจะสูงถึง 5% ได้ ขณะที่ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวยังต่ำกว่าภูมิภาค โดยหุ้นสื่อและบันเทิงมีพีอีเพียง 15-16 เท่า ต่ำกว่าภูมิภาคที่เฉลี่ยประมาณ 20 เท่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน