
สุทธาภา อมรวิวัฒน์ คีย์แมนวิเคราะห์ความเสี่ยงและวิจัย ทหารไทย
“
สุทธาภา อมรวิวัฒน์” นักวิชาการสาววัย 35 ปี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและวิจัย ธนาคารทหารไทย ลูกสาวคนเล็กของพล.ต.อ.สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ และคุณหญิงคัทลียา เรียกได้ว่าเป็นคีย์แมนนักวิชาการทางเศรษฐศาสตร์และบริหารความเสี่ยงของธนาคารหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย คือ รับผิดชอบด้านงานวิจัยเศรษฐกิจและธุรกรรมของธนาคาร บริหารและจัดทำแบบจำลองความเสี่ยงด้านเครดิต รวมไปถึงดำเนินโครงการ Basel II
เธอเพิ่งเข้ามารับหน้าที่นี้ในธนาคารทหารไทยได้กว่า 1 ปี ภายหลังไอเอ็นจีเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในธนาคารทหารไทย และบิ๊กบอส บุญทักษ์ หวังเจริญ เข้ามาบริหาร
สายงานนี้เป็นหน่วยงานใหม่ที่เธอได้รับมอบหมายให้บุกเบิก โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคาร มีทีมงานภายใต้การดูแลรวม 90 คน โดยขึ้นตรงต่อ
“บาร์ท เฮลเลแมนส์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความเสี่ยงเดือนมี.ค.นี้ ธนาคารจะเปิดศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ TMB (TMB Analytics) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ที่มีความครบถ้วน ลึก แต่เรียบง่ายและเข้าถึงได้ อันเกิดจากการเชื่อมโยงทางเศรษฐศาสตร์มหภาค เศรษฐกิจระหว่างประเทศ การวิเคราะห์ภาคอุตสาหกรรม ตลาดเงิน/ตลาดทุน และการบริหารความเสี่ยง ไปสู่บุคคลทั้งภายในและภายนอก ได้แก่ ผู้บริหารของธนาคาร ลูกค้า ผู้นำทางความคิด นักวิชาการ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไปผ่านทางเว็บไซต์
“
สุทธาภา” จบมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงจนจบปริญญาตรี (เกียรตินิยม) สาขาคณิตศาสตร์ประยุกต์ จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และปริญญาเอกสาขาเศรษฐศาสตร์ การบริหารและนโยบายจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) สหรัฐอเมริการะหว่างเรียนที่เตรียมอุดมศึกษานั้น เธอได้รับรางวัลทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันและได้รับเกียรติคุณประกาศรางวัลคะแนนยอดเยี่ยมในการแข่งขันเคมีโอลิมปิกนานาชาติปี 2534 ที่โปแลนด์ และโล่ประกาศเกียรติคุณเยาวชนดีเด่นแห่งชาติประจำปี 2535 จากนายกรัฐมนตรีในการสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยทางวิชาการ
ตลอดระยะเวลาที่ศึกษาอยู่ต่างประเทศ เธอทำงานหลากหลาย โดยร่วมงานวิจัยกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย โครงการแปรรูปรัฐวิสาหกิจของกลุ่มประเทศที่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต งานวิจัยด้านนโยบายการผูกขาดทางการค้าที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ รวมทั้งทำงานบริษัทที่ปรึกษา และทำการศึกษาเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริอีกด้วย
เมื่อจบปริญญาเอกกลับมาเมืองไทยเข้าทำงานที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทีมหน้าห้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการส่วนการวิเคราะห์เศรษฐกิจมหภาคสศค. ระหว่างที่อยู่กระทรวงการคลังผู้บังคับบัญชาอนุญาตให้รับเป็นวิทยากรและร่วมงานวิจัยกับมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในภูมิภาคเอเชีย
ต่อมาได้ออกจากราชการและมาทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
ก่อนที่จะกลับบ้านเกิดมาเมื่อปี 2551 เพื่อรับหน้าที่ในปัจจุบันโดยเฉพาะ และในปีเดียวกันนั้นเธอได้รับการคัดเลือกเป็น Asia 21 Young Leaders Fellow ประจำปี 2550 ขององค์กรระหว่างประเทศ Asia Society ในสหรัฐ โดยคณะกรรมการขององค์กรคัดเลือก 20 ผู้นำรุ่นใหม่ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ในหลากหลายอาชีพจากตัวแทนผู้ได้รับการเสนอชื่อ 250 คน ทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย ออสเตรเลีย และอเมริกา
“
สุทธาภา” กล่าวว่า ประสบการณ์การทำงานที่หลากหลาย ทั้งจากภาครัฐในฐานะผู้กำหนดนโยบายด้านตลาดเงิน/ตลาดทุน องค์กรการเงินระหว่างประเทศที่ให้คำแนะนำในการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศต่างๆ ทำให้มีมุมมองที่กว้าง ครบถ้วน และสามารถที่จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระดับมหภาค จุลภาค เพื่อประยุกต์ใช้ในการจัดการบริหารความเสี่ยงของธนาคารนอกเหนือจากงานประจำ เธอยังเป็นกรรมการของโสสะมูลนิธิแห่งประเทศไทย ที่เน้นการสร้างครอบครัวทดแทนที่ถาวรให้แก่เด็กๆ เพื่อลดปมด้อยจากการเป็นเด็กกำพร้า มีศูนย์กระจายทั่วประเทศ ยามว่างจริงๆ คือพักร้อน ที่ชอบไปท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังแบ่งเวลาทุกปีในการเข้าอบรมปฏิบัติวิปัสสนาอีกด้วย







