posttoday
ค่าย 2 ล้อพร้อมลุยอี 85 รอรัฐชัด ใช้แล้วเลิกเครื่องพัง

ค่าย 2 ล้อพร้อมลุยอี 85 รอรัฐชัด ใช้แล้วเลิกเครื่องพัง

13 มิถุนายน 2554

เป็นหนึ่งในแนวทางใหม่ของการเดินหน้าผลักดันการใช้พลังงานทดแทนจากกระทรวงพลังงาน

เป็นหนึ่งในแนวทางใหม่ของการเดินหน้าผลักดันการใช้พลังงานทดแทนจากกระทรวงพลังงาน

สำหรับความคิดที่ต้องการผลักดันให้รถจักรยานยนต์หันไปใช้เชื้อเพลิง อี85 เพื่อหนุนให้เกิดการใช้เชื้อเพลิงเอทานอลในประเทศไทยให้เพิ่มมากขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้การผลักดันดังกล่าวมีขึ้นในกลุ่มของรถยนต์นั่งเป็นหลักเท่านั้น

ในเชิงเทคนิคของการดัดแปลงรถยนต์ที่ทำตลาดอยู่แล้วถือว่าไม่ยากเย็นอะไร แต่หากต้องการให้เห็นผลชัดเจนไม่ใช่แค่เพียงหลักหมื่นคันนั้น แน่นอนว่าค่ายรถจักรยานยนต์จำเป็นที่จะต้องเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ตอบอย่างชัดเจนว่า ในเชิงเทคนิคถือว่าพัฒนาได้ไม่ยาก แต่ปัจจัยสำคัญที่จะเกิดหรือไม่สำหรับโครงการนี้ อยู่ที่ความชัดเจนของนโยบายและการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน

น.ส.จินตนา อุดมทรัพย์ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ บอกว่า ในเชิงเทคนิคนั้น หากต้องการพัฒนารถจักรยานยนต์ที่ใช้ อี85 ถือว่าทำได้อย่างแน่นอน แต่รัฐบาลต้องมีนโยบายที่ชัดเจน และให้เวลาผู้ประกอบการแต่ละรายในการพัฒนาสินค้าขึ้นมาอย่างเท่าเทียมกันทั้งหมด

“ในเรื่องของนโยบายก็ต้องทำให้ชัดเจน นอกจากนี้เรื่องของการซัพพลายก็ต้องดูที่ผู้ผลิตน้ำมันว่าจะพร้อมเพียงใด ไม่อยากให้เป็นการพัฒนาตัวรถออกมาเพียงอย่างเดียว ซึ่งหากรัฐบาลกำหนดนโยบายออกมา ก็ต้องมาคุยกันในกลุ่มผู้ประกอบการอีกครั้ง ซึ่งคิดว่าทุกยี่ห้อจะพัฒนาได้ไม่ยาก แต่ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน” น.ส.จินตนา กล่าว

นายสุชาติ อรุณแสงโรจน์ ผู้จัดการทั่วไป ส่วนงานขาย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า เปิดเผยว่า โดยหลักการแล้วการพัฒนารถจักรยานยนต์ให้ใช้ อี85 ได้ไม่น่าจะมีอะไรมาก เนื่องจากฮอนด้าเองมีองค์ความรู้ที่จะรองรับเรื่องนี้อยู่แล้ว โดยหากจะพัฒนารถให้ใช้งาน อี85 ได้ ก็จะต้องเปลี่ยนวัสดุบางชิ้น และไม่น่าจะมีปัญหาอะไรในการพัฒนา

แหล่งข่าวในวงการอุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์เผยเพิ่มเติมว่า ในเชิงเทคนิคของการปรับแต่งรถถือเป็นเรื่องที่ง่ายมาก แต่หากจะพัฒนา อี85 ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจัง ปัญหาน่าจะคล้ายกับที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์ เนื่องจากความพร้อมของการผลิตเอทานอลและสถานีบริการน้ำมันที่มีอยู่ถือว่าต่ำมาก หากพัฒนารถออกมาก็อาจจะไม่มีการใช้งานจริง

 

ค่าย 2 ล้อพร้อมลุยอี 85 รอรัฐชัด ใช้แล้วเลิกเครื่องพัง

ในปัจจุบันเทคโนโลยีของรถจักรยานยนต์ สามารถทำได้ถึงการใช้เอทานอล 100% เป็นเชื้อเพลิง ซึ่งทุกค่ายก็มีการพัฒนารถ ในรูปแบบดังกล่าว แต่ที่ทำตลาดในประเทศไทยเองยังเป็น อี10 และ อี20 ซึ่งก็ยังยากที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้หันมาใช้งานแก๊สโซฮอล์ในปัจจุบัน

“ก่อนจะทำอะไรขึ้นมา รัฐบาลต้องเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคก่อนว่า การทำอะไรกับกลุ่มผู้บริโภครถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นกลุ่มรายได้น้อยและยังเป็นกลุ่มคนหมู่มาก ทำได้ยากมาก ถามว่ารถจักรยานยนต์ในปัจจุบันเติมน้ำมันอะไรมากที่สุด คำตอบคือ เบนซิน 91 ทั้งที่ราคาแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าร่วม 10 บาทต่อลิตร อันนี้ไม่ใช่ความจงรักภักดี แต่เป็นเรื่องของความกลัว เพราะถ้ารถมีปัญหา คนกลุ่มนี้จะรู้สึกว่ายากลำบากที่ต้องซ่อม ตรงนี้เป็นโจทย์ที่ต้องทำความเข้าใจ” แหล่งข่าวเปิดเผย

นอกจากนี้ สิ่งที่จะเข้ามาผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม ก็คือนโยบายภาครัฐที่ต้องมีความชัดเจน และโครงการนี้จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกส่วน ค่ายรถก็ต้องพัฒนารถออกมา ทั้งที่ต้นทุนจะต้องสูงขึ้น โรงงานเอทานอลก็ต้องเดินสายการผลิต สถานีบริการน้ำมันก็ต้องเปิดให้บริการ ทั้งหมดนี้ต้องเดินไปพร้อมกัน จะแยกกันเดินไม่ได้เด็ดขาด ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการพูดกันในเรื่องนี้ แต่ในที่สุดก็เงียบกันไป

นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า ปริมาณรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศไทยกว่า 18 ล้านคัน มีปริมาณการใช้งานน้ำมันเบนซิน 91 อยู่ประมาณ 8 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งรัฐบาลเองมีแนวโน้มที่จะยกเลิกการใช้เบนซิน 91 อยู่แล้ว แต่ก็จำเป็นต้องหาทางออกให้กับผู้ใช้งานด้วยว่าจะให้ไปใช้เชื้อเพลิงแบบใดแทน ซึ่งจะชดเชยการนำเข้าน้ำมันได้มากเท่าไร ก็ต้องดูว่าจะผลักดันเชื้อเพลิงใดมาทดแทน

นายธิบดี หาญประเสริฐ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน แสดงความเห็นว่า หากต้องการผลักดันโครงการนี้ให้เกิดเป็นรูปธรรม ควรเริ่มกับกลุ่มผู้ประกอบการวินมอเตอร์ไซค์ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีเชื้อเพลิง อี85 จำหน่าย เนื่องจากรถยนต์ที่เปลี่ยนไปใช้ อี85 แล้วจะไม่สามารถกลับมาใช้เชื้อเพลิงธรรมดาได้ ดังนั้นรถยนต์ที่ไม่อยู่ในพื้นที่ที่มีเชื้อเพลิงจำหน่ายจึงไม่เหมาะสม

“การปรับแต่งรถจักรยานยนต์ธรรมดาให้ใช้ อี85 ได้จะต้องปรับเรื่องหัวฉีด การเพิ่มแรงอัดในกระบอกสูบ รวมถึงการเปลี่ยนท่อน้ำมัน ซึ่งค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ 4001,000 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์คาร์บูเรเตอร์ ซึ่งผมมองว่าที่เหมาะสมคือกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่อยู่ในพื้นที่ที่มี อี85 จำหน่าย อันนี้จะเป็นผลชัดเจนกว่าไปทำใช้กับประชาชนทั่วไป” นายธิบดี กล่าว

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด กระทรวงพลังงานได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี สุรนารี เพื่อศึกษาการใช้น้ำมัน อี85 ในรถจักรยานยนต์ และในระยะเวลา 2 ปีนี้มีแผนนำร่องที่จะทำการปรับเปลี่ยนรถจักรยานยนต์จำนวน 1.65 หมื่นคัน ให้สามารถใช้เชื้อเพลิง อี85 ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ยอดการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้นเดือนละ 1 แสนลิตร

แม้ว่าเป้าหมายในเบื้องต้น โครงการเริ่มต้นนั้นจะเป็นการเริ่มต้นโครงการที่ถือว่าเล็กมากเมื่อเทียบกับสมาชิกรถจักรยานยนต์กว่า 18 ล้านคัน แต่ก็ถือเป็นเป้าหมายและก้าวแรกที่ดีในการผลักดันให้เกิดการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทย

ขณะที่ช่วง 4 เดือนแรกของปีที่ผ่านมามียอดการใช้งาน อี85 รวม 1.85 ล้านลิตร เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 4.21 แสนลิตร ในขณะที่มีรถยนต์ที่ใช้แก๊สโซฮอล์ อี85 เพียง 4,373 คัน โดยเชื่อว่าค่ายรถเองก็คงให้ความสนใจมากขึ้น และตั้งเป้าในปี 2561 ว่าจะมีรถยนต์ที่สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ อี85 ได้ถึง 1 ล้านคัน

ทว่า จากนี้ไปรัฐบาลเองคงต้องมองไปที่การพัฒนานโยบายและโครงสร้างพื้นฐาน ให้มีความชัดเจนมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ หากต้องการเดินหน้าโครงการรถมอเตอร์ไซค์ อี85 ให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง!!!


 

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน