
ปิดฉากบสท.ส่งเงินคลังหมื่นล.
10ปีบริหารหนี้เน่า7.7แสนล.โยนทีมชำระบัญชีคลังสางต่อ
10ปีบริหารหนี้เน่า7.7แสนล.โยนทีมชำระบัญชีคลังสางต่อ
บสท.ยุติบทบาท เชื่อส่งเงินคืนกำไรคลังนับหมื่นล้าน มั่นใจทรัพย์ที่เหลือจะขายได้ไม่ต่ำ 60-70% ของราคาประเมิน
นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน กรรมการผู้จัดการ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) เปิดเผยว่า บสท.ได้ยุติการดำเนินงานเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2554 โดยจะมีการส่งมอบสินทรัพย์คืนกระทรวงการคลัง 1.59 แสนล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้แล้ว 5.06 หมื่นล้านบาท สินทรัพย์รอการขาย 7.79 หมื่นล้านบาท และเงินฝากธนาคาร 3.09 หมื่นล้านบาท ขณะที่มีหนี้สินรวมหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน 5.13 หมื่นล้านบาท ทำให้ บสท.มีสินทรัพย์มากกว่าหนี้สิ้น 3.11 เท่า หรือ 311%
“เชื่อว่าการบริหารงานของ บสท.ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะมีกำไรส่งคืนกระทรวงการคลังไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท” นางจุไรรัตน์ กล่าว
สำหรับการจัดการกับทรัพย์สินที่เหลือนั้น นางจุไรรัตน์ กล่าวว่า บสท.ได้เสนอแนวทางการบริหารสินทรัพย์ให้คณะกรรมการชำระบัญชีที่กระทรวงการคลังจะตั้งขึ้นเพื่อพิจารณา โดยให้สิทธิสถาบันการเงินที่โอนหนี้มาบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท เข้ามาประมูลซื้อ ซึ่งสินทรัพย์ทั้งหมดที่เหลืออยู่ 1.27 แสนล้านบาท น่าจะขายได้ไม่ต่ำกว่า 60-70%
ทั้งนี้ หลังจากชำระบัญชีขายสินทรัพย์ได้ทั้งหมด จะมีเกณฑ์การแบ่งผลการขาดทุนและกำไรกับสถาบันการเงินผู้โอน (Gain Loss Sharing) โดยกำไรไม่เกิน 20% ของต้นทุนการรับโอน ให้แบ่งกันคนละครึ่งระหว่าง บสท.และสถาบันผู้โอน ส่วนกรณีที่มีผลขาดทุนให้จัดสรรผลขาดทุน ถ้าผลขาดทุนไม่เกิน 20% ของต้นทุนการรับโอน ให้สถาบันผู้โอนรับไปทั้งหมด ซึ่งยืนยันว่า บสท.ไม่ขาดทุนแน่นอน
ด้านพนักงานของ บสท.ที่มีอยู่ในปัจจุบัน 400 คน ได้มีการจ่ายเงินชดเชยตามกฎหมายไปแล้ว และจะมีการโอนพนักงานที่เหลือ 200 คน ไปทำงานกับคณะกรรมการชำระบัญชี ส่วนที่พนักงานเหลือ 200 คน ก็ได้ติดต่อสถาบันการเงินต่างๆ ให้รับไปทำงาน โดยสถาบันการเงินต่างๆ รับไปทำงานแล้ว 20%
ทั้งนี้ในปี 2544 บสท.ได้รับโอนหนี้ด้อยคุณภาพมาจากสถาบันการเงิน 7.74 แสนล้านบาทซึ่งบริหารได้รับเงินจากการชำระหนี้ 1.77แสนล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) 9.24หมื่นล้านบาท







