
หุ้นดิ่งลงแรง 17.86 จุด
หุ้นไทยยังคงทรุดหนักที่สุดในเอเชีย ปิดเช้าที่ระดับ 1,016.89 จุด ลบ 17.86 จุด
หุ้นไทยยังคงทรุดหนักที่สุดในเอเชีย ปิดเช้าที่ระดับ 1,016.89 จุด ลบ 17.86 จุด
ตลาดหุ้นไทยยังคงทรุดหนักที่สุดในเอเชีย ในวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา แม้ว่าระหว่างวันจะมีแรงขายหุ้นออกมาไม่มากนักแล้ว ทำให้ดัชนีอ่อนตัวลงเพียง 4.04 จุด แต่ก็ยืนอยู่ไม่ได้นาน ถูกถล่มขายหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงานออกมาอีกระลอก กดดัชนีลงไปลึกที่สุดระดับ 1,016.20 จุด หรือดิ่งลงแรง ถึง 18.55 จุด ก่อนดีดกลับมาปิดที่ระดับ 1,016.89 จุด แดงเถือก 17.86 จุด คิดเป็น 1.73% ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 16,652 ล้านบาท
ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลง หนักที่สุดเป็นเกาหลีใต้ลดลง 1.28% สาเหตุที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงแรง นี้ เกิดจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ ที่ได้รับคำแนะนำจากโบรกเกอร์ชั้นนำของโลก นำโดยบริษัท โกลแมน แซคส์ และตามด้วยบริษัทเครดิตสวิส ซึ่งได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เนื่องจากความเสี่ยงทางการเมือง รวมถึงเศรษฐกิจเติบโตในอัตราชะลอตัวลงและปัญหาเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
นางสาวจิตรา อมรธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีหุ้นยังคงอ่อนตัวลงต่อเนื่อง แต่ดัชนีแถวๆ 1,000 จุด ก็จะทยอยซื้อหุ้นแล้ว เพราะมองว่าหุ้นจะลงไปอีกไม่มากแล้ว 990 จุด น่าจะรับแรงขายไหว แม้ว่าการวิเคราะห์ทางด้านเทคนิค จะมีโอกาสลงไปลึกถึงระดับ 950 จุดก็ตาม
"หุ้นธนาคารพาณิชย์ เป็นกลุ่มที่จะน่าเลือกซื้อเก็บมากที่สุด เพราะสินเชื่อยังขยายตัวดี ดอกเบี้ยขึ้นทำให้มีส่วนต่างดอกเบี้ยมากขึ้น และราคาหุ้นปรับตัวลงมากพอสมควรแล้ว "นางสาวจิตรากล่าว
ส่วนโบรกเกอร์ต่างประเทศหลายแห่งออกมาลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทย ก็ถือว่าไม่ใช่เรื่องประหลาดใจ เพราะปัจจัยการเมืองไม่ชัดเจน จนถึงขณะนี้ยังมองภาพไม่ชัดเจนว่าหากพรรคการเมืองใดชนะการเลือกตั้งแล้วจะสามารถจัดตังรัฐบาลหรือไม่ นักลงทุนต่างชาติคงจะต้องรอดูภาพหลังวันเลือกตั้ง 3 ก.ค. 2554 นี้ ถึงจะกลับเข้ามาลงทุนครั้งใหม่ก็ยังไม่สาย
ด้านหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ยังคงเป็นหุ้น เดิมๆ นำโดยธนาคารกรุงเทพ(BBL) มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 1,892 ล้านบาท ปิดที่ ราคา 147.50 บาท ลดลง 4.50 บาท ตามด้วย ธนาคารกสิกรไทย(KBANK) ปิดที่ 110.50 บาท ติดลบ 3 บาท บริษัทปตท.(PTT)ปิดที่ 332 บาท ร่วงลง 7 บาท บริษัทไทยออยล์(TOP) ปิดที่ 71 บาท ลดลง 2.75 บาท และธนาคารกรุงไทย (KTB) ปิดที่ 17.10 บาท ติดลบ 0.60 บาท







