posttoday
วิกฤษหนี้กรีซ...ฉุดเงินบาทร่วงลงปลายสัปดาห์

วิกฤษหนี้กรีซ...ฉุดเงินบาทร่วงลงปลายสัปดาห์

06 มิถุนายน 2554

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 พ.ค.3 มิ.ย. 2554) เงินบาทเริ่มต้นสัปดาห์ที่ระดับ 30.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 พ.ค.3 มิ.ย. 2554) เงินบาทเริ่มต้นสัปดาห์ที่ระดับ 30.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

โดย...วารุณี สิทธิถาวร

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 พ.ค.-3 มิ.ย. 2554) เงินบาทเริ่มต้นสัปดาห์ที่ระดับ 30.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับแข็งขึ้นจาก 30.35 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงต้นสัปดาห์ โดยเป็นการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินเอเชียที่ต่างปรับตัวดีขึ้น หลังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอในช่วงนี้ ทำให้มีคำถามมากขึ้นต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐว่าจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ ขณะที่นักลงทุนไม่เพียงคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไป แต่ยังมองถึงความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจมีการออกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งใหม่ หรือ QE3 หลังจากมาตรการ QE2 สิ้นสุดลงในเดือน มิ.ย. โดยจากมุมมองดังกล่าวส่งผลให้ค่าเงินเอเชียปรับแข็งค่าขึ้นเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ

ขณะเดียวกันค่าเงินเอเชียและเงินบาทยังได้แรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินหยวน หลังทางการจีนมีการกำหนดอัตราซื้อขายประจำวันในระดับแข็งค่าเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง

การแข็งค่าของสกุลเงินต่างๆ ยังไม่ชัดเจนมากนัก และยังมีโอกาสอ่อนค่าลงในบางจังหวะ เนื่องจากนักลงทุนมีการชะลอการลงทุนเพื่อรอดูความชัดเจนของปัจจัยต่างๆ ก่อน เช่นเดียวกับเงินบาทที่ปรับตัวในกรอบแคบๆ ที่ระดับ 30.32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในวันจันทร์ แม้จะมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นแม้ปริมาณการซื้อขายจะค่อนข้างเบาบาง เนื่องจากตลาดการเงินสหรัฐและอังกฤษปิดทำการในวันจันทร์เนื่องในวันเมโมเรียล เดย์

อย่างไรก็ดี เงินบาทยังคงเดินหน้าแข็งค่าโดยอยู่ที่ระดับ 30.28 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงเช้าวันอังคาร โดยปรับแข็งค่าขึ้นตามทิศทางของเงินยูโรที่ได้แรงหนุนจากการที่หนังสือพิมพ์วอลสตรีต เจอร์นัล รายงานว่า เยอรมนีกำลังพิจารณามาตรการช่วยเหลือทางการเงินครั้งใหม่แก่กรีซ ซึ่งการผ่อนปรนของเยอรมนีดังกล่าวจะช่วยให้ยุโรปสามารถผ่านพ้นอุปสรรคเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือกรีซไปได้ ซึ่งข่าวดีดังกล่าวช่วยหนุนความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง และสกุลเงินในภูมิภาค

เงินบาทยังคงทรงตัวใกล้ระดับ 30.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากแรงซื้อดอลลาร์สหรัฐ หรือ Month end demand จากกลุ่มผู้นำเข้าที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายเดือน

ในช่วงที่เหลือของสัปดาห์เงินบาททรงตัวที่ระดับ 30.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธและยังคงปรับตัวในกรอบแคบในช่วงนี้เพื่อรอความชัดเจนของปัจจัยภายนอกประเทศ รวมทั้งนักลงทุนยังคงรอการรายงานอัตราเงินเฟ้อจากกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งรอผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในช่วงบ่าย

ภายหลังทางการรายงานว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของไทยเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ 2.48% ในเดือน พ.ค. ตามด้วยผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีก 0.25% สู่ 3% โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง ขณะที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นมากกว่าที่คาด และมีโอกาสที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะปรับตัวขึ้นเหนือกรอบเป้าหมายที่ 3% ทำให้ตลาดตีความว่า กนง. จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นต่อในการประชุมครั้งต่อไป แต่ผลการประชุมดังกล่าวไม่ส่งผลต่อตลาดเงินมากนัก เนื่องจากนักลงทุนมีการคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว

ดังนั้น แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้าซื้อสุทธิอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ และแรงขายทำกำไรดอลลาร์สหรัฐในช่วงสั้น ส่งผลให้เงินบาทปรับแข็งค่าสู่ระดับ 30.24 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนร่วงลงสู่ระดับ 30.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงปลายสัปดาห์ อันเป็นผลจากการร่วงลงของตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนมองเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังชะลอตัวลง หลังข้อมูลภาคการผลิตภาคโรงงานและการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐออกมาแย่กว่าคาด ตามด้วยปัจจัยลบจากการที่มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซลงต่ำกว่าระดับลงทุนส่งผลให้นักลงทุนมีการเทขายสินทรัพย์เสี่ยงทั้งในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตามด้วยตลาดหุ้นเอเชียที่ร่วงลงทั่วกระดาน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบต่อค่าเงินเอเชีย และฉุดให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์นี้ (6-10 มิ.ย. 2554) ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.20-30.45 บาทต่อเหรียญสหรัฐ โดยคงต้องจับตาสัญญาณการเข้าดูแลเสถียรภาพเงินบาทของ ธปท. ทิศทางการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในตลาดโลกที่ยังคงมีจุดสนใจอยู่ที่วิกฤตหนี้ในยุโรป และสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญประกอบด้วย ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ สต๊อกสินค้าภาคค้าส่ง เดือน เม.ย. ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออก และดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางเดือน พ.ค. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) ของเฟด

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน