posttoday
กำไรที่มองไม่เห็น

กำไรที่มองไม่เห็น

05 มิถุนายน 2554

กำไรที่มองไม่เห็น ส่วนมากจะมาจากภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้า หรือองค์กร ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีนี้ จะมีส่วนช่วยให้สามารถขายสินค้าได้ดีขึ้น....

กำไรที่มองไม่เห็น ส่วนมากจะมาจากภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้า หรือองค์กร ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีนี้ จะมีส่วนช่วยให้สามารถขายสินค้าได้ดีขึ้น....

โดย...อานนท์ 

เมื่อคราวที่แล้ว ผมทิ้งท้ายไปว่า ในการทำธุรกิจ นอกจากต้นทุนที่มองไม่เห็น และเป็นปัญหาแล้ว ในทางกลับกัน เรามี “กำไรที่มองไม่เห็น” ด้วยเหมือนกันหากเราสามารถจัดการให้เกิดสิ่งดีๆ ได้

กำไรที่มองไม่เห็น ส่วนมากจะมาจากภาพลักษณ์ที่ดีของสินค้า หรือองค์กร ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีนี้ จะมีส่วนช่วยให้สามารถขายสินค้าได้ดีขึ้น

สมัยก่อนโน้น ผู้ประกอบการมักจะคิดว่า ไม่จำเป็นต้องลงทุนในการสร้างภาพลักษณ์ แค่ผลิตสินค้าให้มีคุณภาพได้ก็เพียงพอแล้ว แต่สมัยนี้ แนวคิดเปลี่ยนไป และคุณภาพไม่ใช่คำตอบของทุกอย่าง เนื่องจากผู้ประกอบการหลายๆ ราย สามารถผลิตสินค้าได้คุณภาพที่ทัดเทียมกัน จึงต้องอาศัยข้อเด่นอย่างอื่นมาช่วย นั่นคือ การสร้างภาพลักษณ์ และหากภาพลักษณ์ดี บางทีคุณภาพสินค้าไม่ดีเท่า แต่ก็ยังอาจจะขายได้มากกว่า

ในแง่ขององค์กรขนาดใหญ่ หลายๆ องค์กรมีฝ่ายประชาสัมพันธ์ หรือสื่อสารองค์กร ที่จะทำงานเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ตัวสินค้าและองค์กร เช่น การประกาศบริจาคเงินเพื่อช่วยการกุศล เป็นต้น

สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็ก บอกตามตรงนะครับว่า ผมไม่แนะนำให้ไปเสียเงินเสียทองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ อาจจะมีผู้ประกอบการหลายท่านคิดว่า จ่ายเงินจ้างบริษัทที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์ก็สามารถช่วยสร้างภาพลักษณ์ได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ แต่มันจะเป็นเรื่องชั่วครั้งชั่วคราว ไม่สามารถอยู่ได้ยืนยาวนาน แถมยังอาจจะเป็นการเสียเงินอย่างมหาศาล

ดังนั้น ในห้วงเวลาอย่างนี้ ผมอยากแนะนำให้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Network ที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีในการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีออกไป เช่น การสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ หรือเว็บบอร์ดต่างๆ ที่สามารถเป็นช่องทางในการสื่อสารเรื่องดีๆ ขององค์กร ของตัวสินค้าได้อย่างประหยัด และได้ผล

นอกจากนั้น เรายังสามารถสร้างกำไรที่มองไม่เห็นได้อีก จากการทำภาพลักษณ์ในเชิงภูมิทัศน์ให้ดูดี เช่น ในอาคารที่ทำการของบริษัท หรือหน้าร้าน ก็ควรจะสร้างให้เกิดภาพลักษณ์ที่สดใส สะอาด ตรงนี้หลายคนมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ที่จริงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญครับ ผมอยากยกตัวอย่างที่เห็นชัดได้มากที่สุด คือ กรณีที่ท่านเปิดร้านอาหาร หากหน้าร้านไม่สะอาด คนก็ไม่อยากเข้า จะกลายเป็นภาพลักษณ์ที่ว่า อาหารร้านนี้อาจจะไม่สะอาด แต่หากท่านสามารถทำความสะอาดได้อย่างโดดเด่น ก็จะช่วยทำให้คนมองเข้ามาแล้วคิดว่า อ้อ...ร้านนี้สะอาดดี อาหารก็น่าจะดี และความสะอาดนี้ไม่สามารถทำเฉพาะหน้าร้านของเราเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบริเวณรอบๆ ด้วย หากร้านอาหารของเราสะอาดเอี่ยมอยู่ร้านเดียว แต่บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยกองขยะ ก็คงไม่มีใครอยากเข้ามารับประทานเหมือนกัน

อันนี้เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดนะครับ แต่ยังมีตัวอย่างอื่นๆ เช่น หากท่านเปิดร้านขายอัญมณี หากร้านมืด ทึบ แสงไฟไม่เพียงพอ แล้วใครจะมั่นใจ ใครจะกล้ามาซื้อเพชร ซื้อพลอยในร้านทึมๆ กับล่ะครับ เพราะนั่นเป็นภาพลักษณ์ที่อาจจะสื่อออกมาได้ว่า อาจจะขายเพชรปลอมก็ได้ ดังนั้น ต้องสว่างไสว เลือกใช้โทนสีแต่งร้าน และเฟอร์นิเจอร์ที่สื่อถึงความหรูหรา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้เข้ากับตัวสินค้า

เรื่องเล็กๆ แบบนี้นี่แหละครับ ที่จะเป็นการสร้างกำไรอย่างที่เราอาจจะไม่คาดคิด กำไรที่เกิดจากภาพลักษณ์ที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกซื้อของกับเรา แทนที่จะซื้อจากคู่แข่ง ภาพลักษณ์ที่อาจทำให้ลูกค้าที่ไม่เคยมองเห็นเราได้มองเห็น เราอาจจะไม่สามารถตีมันออกมาเป็นมูลค่า หรือราคา แต่หากเราทำพลาด มันจะสะท้อนออกมาถึงการขาดทุน หรือกำไรที่ตกต่ำ

อันว่ากำไรที่มองไม่เห็นนี้ มีมากมายหลายอย่าง ที่เราจะสามารถทำให้เกิดเรื่องดีๆ ได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะการบริจาคเงิน การทำความดี การทำหน้าร้านให้เข้าบรรยากาศ แต่ยังรวมไปถึงการดูแลพนักงานให้ดี อย่าปล่อยให้พนักงานเอาบริษัทไปพูดในทางเสียๆ หายๆ แต่พูดออกไปเฉพาะเรื่องดีๆ และมีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานในองค์กรนี้ ซึ่งนั่นจะเกิดเป็นการสร้างกำไร จากภาพลักษณ์ที่ดีได้ด้วยเหมือนกัน เช่นเดียวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นด่านหน้าในการทำให้ลูกค้าชอบ หรือไม่ชอบ

สรุปแล้ว การสร้างเรื่องดีๆ เพื่อเป็นการทำกำไรให้องค์กร ทำได้หลากหลายอย่าง ลองเปิดโอกาสให้พนักงานได้เสนอไอเดีย คิดกันคนละอย่าง ก็จะได้กำไรเพิ่มมาเพียบเชียวล่ะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน