
วิจิตรTTAจริยธรรมอยู่ที่ไหน??
กรณีโทรีเซนต์ไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เป็นข่าวฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์กว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
กรณีโทรีเซนต์ไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เป็นข่าวฉาวบนหน้าหนังสือพิมพ์กว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ตัวละครที่ถูก “ม.ล.จันทรจุฑา จันทรทัต” ผู้บริหาร TTA ยกขึ้นมา ถ้าเป็น นาย ก. นาย ข. เรื่องคงไม่บานปลายฟาดหัวฟาดหางไปถึงตำแหน่งประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่มีนายวิจิตร สุพินิจ รับตำแหน่งอยู่ เข้ามาเป็นตัวละครใน TTA
ผู้บริหาร TTA ย่อมรู้ดีว่า ตำแหน่งประธาน ก.ล.ต. ไม่ควรมีส่วนได้เสียใดๆ กับบริษัทจดทะเบียน จึงเป็นจุดอ่อนที่ผู้บริหารใช้เป็นจุดแข็งเล่นงาน “วิจิตร”
“วิจิตร” ในวัยเกษียณมาหลายปี หลังเกษียณผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังวนเวียนทำงานให้ตลาดทุนและตลาดเงิน ซึ่งระหว่างวันที่ 25 ส.ค. 254-631 ก.ค. 2550 เคยดำรงตำแหน่งประธานตลาดหลักทรัพย์ จากนั้นปี 2551-2552 เป็นที่ปรึกษาศูนย์พัฒนาการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน หรือที่คุ้นเคยคือ CG
แม้ว่า “วิจิตร” จะทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อให้นายบี เตชะอุบล นายวีระ มานะคงตรีชีพ และกองทุนแอดลาส โฮลดิ้ง ตลอดจนกลุ่มเพื่อนนักลงทุน (ที่ขอร้องนายบีอีกที) เข้าพบผู้บริหาร TTA จะเป็นการช่วยเหลือให้รายย่อยผู้ถือหุ้นได้พบผู้บริหาร (ที่อ้างสิทธิความชอบธรรมความเป็นเจ้าของด้วยหุ้นเพียงน้อยนิด 4 ล้านหุ้น ไม่ถึง 1%) ได้พบปะกันแค่นั้นจริงๆ
แต่หากพูดถึงความเหมาะสมในขณะที่ “วิจิตร” ยังสวมหมวก ก.ล.ต.อยู่ และจะหมดวาระในอีก 1 เดือนเศษเท่านั้น ไม่สมควรอย่างยิ่ง และไม่ใช่ครั้งเดียวนี้ที่วิจิตรถูกโต้แย้งในความไม่เหมาะสม ก่อนหน้านี้ “วิจิตร” เคยถูกโต้แย้ง เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งประธานตลาดหลักทรัพย์ แล้วไปนั่งเป็นประธานกรรมการในบริษัท จีสตีล (GSTEEL)
เรื่องนี้หากไม่มอง TTA ดูใจแคบมองด้านเดียว ตลอดการบริหารงานของ ม.ล.จันทรจุฑา ต้องยอมรับว่า หม่อมหลวงผู้บริหาร TTA ไม่ยอมลดตัวลงมาหาผู้ถือหุ้นรายย่อยหรือนักลงทุนง่ายๆ นอกจาก “ร้อนตัว” กลัวถูกเทกโอเวอร์ ถึงได้จำใจเดินสายตามห้องค้าชี้แจงผลงานตัวเองในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และความหวังผลตอบแทนในอีก 5 ปีข้างหน้า
การร้อนตัวออกมาเต้นถูกเทกโอเวอร์ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารไม่ควรสะพรึงกลัว หากผลงานที่ผ่านมาไม่ถูกกังขา จากการเทกโอเวอร์ ยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) มูลค่า 3,800 ล้านบาท สร้างผลกำไรอย่างที่ควร หรือการถือหุ้นจำนวนมากของกลุ่ม “จันทรทัต”
แต่สิ่งที่ปรากฏกลับสะท้อนว่าสมบัติรุ่นพ่อที่ตกทอด TTA มาถึงลูก ถูกขายออกไปเหลือหุ้นเพียงน้อยนิด 4 ล้านหุ้นเท่านั้น แต่กลับร้องความชอบธรรมในความเป็นเจ้าของบริหารกิจการต่อไปและน่าเสียใจที่ผู้บริหาร บจ. ไม่ใส่ใจกับเสียงเรียกร้องของผู้ถือหุ้นรายย่อย จึงหมดความชอบธรรมที่จะใช้คำว่า “เจ้าของผู้บริหาร” อีกต่อไป และความชอบธรรมจะกลับมาเมื่อรายย่อยรวมพลังตรวจสอบผู้บริหาร และ TTA แห่งนี้ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้
ดังนั้นทั้ง วิจิตร และ ม.ล.จันทรจุฑา ขาดความชอบธรรมที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป







