
ยังแกว่ง...การประชุม ECB สัปดาห์หน้าจะมีส่วนกดดันตลาด
ตลาดยังคงแกว่งตัวผันผวน โดยมีช่วงปรับตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนและอ่อนตัวลงแรงในวันพุธที่ผ่านมา
ตลาดยังคงแกว่งตัวผันผวน โดยมีช่วงปรับตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ก่อนและอ่อนตัวลงแรงในวันพุธที่ผ่านมา
โดย..พงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์
โดยประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจและมีผลต่อตลาดยังเป็นเรื่องกรีซ ที่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนว่าจะได้รับเงินก้อนใหม่ รวมถึงมีการปรับโครงสร้างหนี้หรือไม่ โดยล่าสุดคาดว่าจะมีข้อสรุปเบื้องต้นจาก ECB และ IMF ในวันศุกร์นี้
ทางด้านตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังออกมาแย่ต่อเนื่องแทบทุกภาคส่วน แม้ว่าในตอนนี้ตลาดยังไม่ได้ให้ความสนใจมากเท่ากับประเด็นเรื่องกรีซ แต่หากสถานการณ์กรีซคลี่คลายลงเชื่อว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐจะกลับมามีผลต่อสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มมากขึ้น
ด้านยอดซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ ภาพโดยรวมยังเน้นไปทางปรับพอร์ต โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามียอดขายสุทธิรวมประมาณ 8,000 ล้านบาท
ประเมินว่าในช่วงนี้ตลาดยังคงผันผวน โดยตลาดขาดปัจจัยบวกที่ทำให้ตลาดปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ความเสี่ยงของตลาดยังมี จากตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐที่แย่และการออกมาตรการใหม่ๆ ของเฟดอย่าง QE3 เกิดขึ้นได้ยากจากความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อที่จะจำกัดการออกมาตรการทางการเงินของเฟด โดยตัวเลขเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาอ่อนตัวลงต่อเนื่องตามที่ได้ประเมินไว้ ยอดทำสัญญาซื้อบ้านที่รอปิดการขายลดลง 11.6% มาที่ 81.9 จุดในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน และแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะลดลงเพียง 1% ในขณะที่การใช้จ่ายส่วนบุคคลขยายตัว 0.4% ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นระดับการขยายตัวน้อยที่สุดในรอบ 3 เดือน แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มการบริโภคยังมีโอกาสชะลอตัวลง
ด้านราคาสินทรัพย์ราคาบ้านใน 20 เมืองใหญ่ลดลง 3.61% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะลดลง 3.40% ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 60.8 จุด ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะทรงตัวอยู่ที่ 66 จุด โดยรวมตัวเลขเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มอ่อนตัวลงกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ QE2 หมดลง ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสที่จะแย่ลงกว่าในระดับปัจจุบัน ด้านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ของเฟด ตลาดประเมินว่ามีโอกาสเกิดขึ้นไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็น QE3 หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ และหากเกิดขึ้นจริง คาดว่าวงเงินในการดำเนินการไม่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มภาระต่อสถานะการคลังของสหรัฐ
ในขณะที่แนวโน้มเงินเฟ้อที่เริ่มเพิ่มขึ้นจะทำให้การเพิ่มสภาพคล่องเข้าไปในระบบต้องทำอย่างระมัดระวัง ซึ่งสถานการณ์ในตอนนี้ต่างจากช่วงที่สหรัฐจะออก QE2 มาก คือ ในตอนนั้นมีความเสี่ยงของเงินฝืด แต่ในขณะนี้ความเสี่ยงของเงินเฟ้อมีสูง ทำให้โอกาสในการออกมาตรการ QE3 มีไม่มากนัก
ส่วนประเด็นเรื่องยุโรป โดยในเบื้องต้นข่าวต่างๆ ที่ออกมาจะสร้างความผันผวนในตลาด คือ มีข่าวดีออกมา ตลาดก็ตอบสนองทางบวก แต่หากมีข่าวร้ายออกมาก็กดดันตลาด ทำให้ยังเป็นการแกว่งตัวผันผวนเช่นเดียวกับอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ในที่สุดคาดว่าทาง EU/IMF จะให้การช่วยเหลือทางด้านการเงินเนื่องจากทาง EU ไม่ต้องการให้ผิดนัดชำระหนี้ ทำให้การปรับโครงสร้างหนี้โดยการยืดระยะเวลาและส่งผลให้ผิดนัดชำระหนี้ยังไม่เกิดขึ้น โดยประเมินว่าประเด็นเรื่องกรีซจะค่อยรับรู้ไปในราคา แต่ประเด็นเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่แย่จะกลับมากดดันตลาดอีกครั้ง
สอดคล้องกับเรื่องค่าเงิน ประเมินว่าดอลลาร์มีโอกาสแข็งค่าและกดดันสินทรัพย์เสี่ยง จาก ECB ที่ไม่ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมในวันที่ 9 มิ.ย. ซึ่งตลาดส่วนใหญ่ค่อนข้างมีความเห็นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่ายังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย
ในขณะที่การจัดสรรเงินลงทุนพบว่าเริ่มมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ในระดับที่เพิ่มขึ้น จากความไม่มีเสถียรภาพของสกุลเงิน ประกอบกับการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์สามารถปกป้องความเสี่ยงของเงินเฟ้อได้ ซึ่งแนวคิดนี้จึงยังเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอีก
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้ไปรอซื้อในช่วงกลางปลายเดือน มิ.ย. เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดเริ่มรู้ผลการอนุมัติวงเงินให้กับกรีซ ประกอบกับดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าลงก่อนการประชุม ECB ครั้งหน้า ในเดือน ก.ค. เนื่องจากคาดว่าช่วงดังกล่าว ECB มีโอกาสที่จะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์มีโอกาสอ่อนค่าลง โดยระดับแนวรับในสัปดาห์นี้ประเมินไว้ที่ 1,055 และ 1,040 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,070 และ 1,090 จุด







