posttoday
เอกชนแนะรัฐอย่าปล่อยเงินเฟ้อขึ้นเกิน5%

เอกชนแนะรัฐอย่าปล่อยเงินเฟ้อขึ้นเกิน5%

01 มิถุนายน 2554

เอกชนแนะรัฐบาลดูแลราคาสินค้าต้นทุน อย่าปล่อยเงินเฟ้อขึ้นเกิน 5% เสนอรัฐตั้งงบซื้อสินค้ามาขายประชาชนในราคาถูกอย่างทั่วถึง และดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หลังขึ้นดอกเบี้ย

เอกชนแนะรัฐบาลดูแลราคาสินค้าต้นทุน อย่าปล่อยเงินเฟ้อขึ้นเกิน 5% เสนอรัฐตั้งงบซื้อสินค้ามาขายประชาชนในราคาถูกอย่างทั่วถึง และดูแลอัตราแลกเปลี่ยน หลังขึ้นดอกเบี้ย

นายพรศิลป์  พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า อัตราเงินเฟ้อที่ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมาปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดไว้  ซึ่งก่อนหน้านี้คาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะอยู่ที่ 5 % สูงขึ้นตามราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้นเฉลี่ย 10-15 %  แต่หากเงินเฟ้อสูงขึ้นมากกว่า 5 % จะน่ากังวลว่าจะกระทบกับการจับจ่ายของผู้บริโภค  เพราะการขึ้นเงินเดือนและค่าจ้างไม่สามารถปรับขึ้นทันอัตราเงินเฟ้อได้

ทั้งนี้ ภาครัฐดูแลอัตราเงินเฟ้อได้แต่คงใช้การขึ้นดอกเบี้ยคุมอัตราเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียวไม่ได้ รัฐต้องมาดูแลต้นทุนการผลิตด้วย เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นเกินไป เช่น ปุ๋ย อาหารสัตว์ รวมทั้งภาครัฐอาจจะอุดหนุนราคาสินค้าให้ผู้บริโภค โดยรัฐจัดงบประมาณเพื่อซื้อสินค้าที่จำเป็นมาจำหน่ายในราคาถูก เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค  แต่รัฐต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกพื้นที่และต้องดูแลการใช้จ่ายงบประมาณไม่ให้รั่วไหล ซึ่งถ้าปล่อยให้มีการทุจริตงบประมาณจะทำให้แก้ปัญหาเงินเฟ้อไม่ได้

ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้จะทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว  ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยคงจะมีการควบคุมดูแลเรื่องนี้เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ส่งออก  โดยการขึ้นดอกเบี้ยอาจจะทำให้ผู้มีเงินออมมีรายได้มากขึ้น  แต่อาจทำให้ผู้ประกอบการและผู้มีเงินกู้มีต้นทุนทางการเงินมากขึ้น  ซึ่งการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อยังเป็นมาตรการที่ดีแต่ไม่ควรขึ้นแบบรวดเร็ว  และต้องไม่ให้เงินทุนไหลเข้ามาเก็งกำไรจนเงินบาทแข็งค่า

นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล รองกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่อัตราเงินเฟ้อขึ้นสูงไปอยู่ที่ระดับ 4.19% เป็นตัวเลขที่คาดคิดกันไว้อยู่แล้วซึ่งการสูงขึ้นของเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่ควบคุมไม่ได้ คนดูแลเงินเฟ้อจึงต้องดูแลค่อยๆ ปล่อยให้สูงอย่าไปคุมไว้ เพราะถ้าคุมไม่อยู่จะขึ้นทีเดียวสูงมาก และจะส่งผลกระทบในวงกว้าง โดยกระทรวงพาณิชย์ควรปล่อยให้สินค้าที่ต้นทุนสูงขึ้นจริงปรับราคาขึ้นได้  และขณะนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ในเกณฑ์ดีจึงทำให้เงินเฟ้อไม่มีปัญหามากนัก  และเมื่อเทียบกับต่างประเทศแล้วเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับต่ำ         

ขณะที่การปรับดอกเบี้ยขึ้น 0.25 % เป็นไปตามที่ภาคเอกชนคาดการณ์ เพราะภาครัฐต้องการใช้ดอกเบี้ยเป็นตัวควบคุมเงินเฟ้อ โดยการปรับดอกเบี้ยขึ้นจะทำให้ต้นุทนของผู้ประกอบการสูงขึ้น แต่ก็ขึ้นกับการบริหารงานของผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะลดต้นทุนได้อย่างไร และในระยะยาวภาครัฐต้องเร่งลงทุนปรับปรุงโลจิสติกส์เพื่อให้ต้นทุนของผู้ประกอบการลดลง

นายชาติสิริ  โสภณพาณิช  ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า ดอกเบี้ยยังมีแนวโน้มปรับขึ้นเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ  รวมทั้งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในแนวโน้มที่ดี  โดยเมื่อมีการปรับดอกเบี้ยนโยบายครั้งนี้แล้วคงจะมีการปรับขึ้นอีก  แต่จะปรับขึ้นเท่าใดก็ขึ้นกับการพิจารณาของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 

 

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร