
สยามพิวรรธน์ปรับโฉมทุกปีดึงลูกค้าเดิน
สยามพิวรรธน์เพิ่มความถี่พัฒนาศูนย์
สยามพิวรรธน์เพิ่มความถี่พัฒนาศูนย์
ขานรับค้าปลีกย่านปทุมวันราชประสงค์คึกคัก หลังการเมืองนิ่ง เปิดโซนร้านอหาหารแบรนด์ดังเสริมทัพ หวังยอดคนเพิ่ม 20%
นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ ผู้บริหารศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ และพาราไดซ์ พาร์ค เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมแผนปรับปรุงพื้นที่ภายในสยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ โดยเพิ่มถี่เป็นปีละ 1 ครั้ง เริ่มจากปี 2555 เป็นต้นไป จากเดิมจะปรับปรุงภายในศูนย์การค้าเฉลี่ย 67 ปีต่อครั้ง
แนวทางดังกล่าวเพื่อรองรับกับการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะในพื้นที่พระราม 1 ปทุมวัน และราชประสงค์ ที่มีความคึกคักขึ้นจากสัญญาณต่างๆ ที่ดีขึ้นต่อเนื่อง และตั้งเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าหมุนเวียนในศูนย์การค้ามากขึ้น
ทั้งนี้ ในช่วง 45 เดือนแรกที่ผ่านมา พบว่ามีลูกค้าหมุนเวียนในย่านดังกล่าวเพิ่มขึ้น 20% แบ่งเป็น ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เฉลี่ย 1.2 แสนคนต่อวัน สยามดิสคัฟเวอรี่เฉลี่ย 89 หมื่นคนต่อวัน ส่งผลให้ภาพรวมครึ่งปีแรกของศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์เติบโต 11% และสยามดิสคัฟเวอรี่เติบโต 18% โดยสิ้นปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 12% จากปีที่ผ่านมา
ล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท พัฒนาพื้นที่ชั้น 6 และ 7 รวมพื้นที่ 9,000 ตร.ม ในศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ให้เป็นแหล่งรวมร้านอาหาร แบ่งเป็น 2 โซน คือ โซนเดอะ สกาย ไดน์นิง ประกอบด้วยร้านอาหาร 56ร้านค้า และโซนมูด ประกอบด้วยร้านอาหารจำนวน 4 ร้านค้า จับกลุ่มเป้าหมายคนวัยทำงาน และครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อระดับเอและบี
สำหรับการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น อยากให้ทุกฝ่ายหันมามุ่งแก้ไขปัญหาของประเทศ และมองประโยชน์ที่จะเกิดกับประเทศชาติเป็นหลัก เพราะภาคเอกชนก็พยายามประคับประคองธุรกิจให้เดินไปข้างหน้าอยู่แล้ว โดยสิ่งแรกที่อยากให้ภาครัฐทำคือ การแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนโดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม เพราะถือเป็นอาชีพที่คนไทยมีความถนัดและคุ้นเคย
นอกจากนี้ ยังอยากให้ภาครัฐหันมาสนับสนุนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่อย่างครบวงจร เช่น การเข้าไปเชิญนักลงทุนต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยเหมือน อาทิ สวนสนุกครบวงจรอย่างยูนิเวอร์แซล เพื่อส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ แต่ทั้งหมดนี้ก็ขอให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบและมีสติ ส่วนภาพรวมธุรกิจค้าปลีกในช่วงครึ่งปีหลังนี้ คาดว่ายังคงเติบโต แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐด้วย







