
ไทยกดดันสหรัฐต่ออายุจีเอสพี
ไทยผนึก 9 ประเทศ จี้สภาคองเกรสสหรัฐต่ออายุจีเอสพี หวั่นค้าขายลำบาก
ไทยผนึก 9 ประเทศ จี้สภาคองเกรสสหรัฐต่ออายุจีเอสพี หวั่นค้าขายลำบาก
นางเกษสิริ ศิริภากรณ์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศ ณ กรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ เปิดเผยว่า ไทยได้ร่วมกับ 9 ประเทศที่สหรัฐไม่ต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ทำหนังสือไปยังสภาคองเกรสสหรัฐขอให้ต่ออายุจีเอสพี
นอกจากนี้ ยังเร่งรัดให้พิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิพิเศษทางการค้าโดยเร็ว เนื่องจากสภาคองเกรสสหรัฐประกาศไม่ต่ออายุโครงการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรที่ให้กับประเทศกำลังพัฒนารวมถึงไทย หลังจากหมดอายุสิ้นเดือน ธ.ค. 2553
ส่งผลให้ไทยต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าในอัตราปกติ จากที่เคยได้รับสิทธิจีเอสพีอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยไปตลาดสหรัฐได้
สำหรับประเทศที่ร่วมลงนามส่วนใหญ่มีสินค้าส่งออกมากกว่า 70% และต้องพึ่งจีเอสพีเพราะไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าในสหรัฐและได้เปรียบประเทศอื่นๆ ที่ไม่ได้รับสิทธิ
ขณะที่ไทยมีสินค้าที่ส่งออกผ่านจีเอสพีสหรัฐขณะนี้ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท และเมื่อไม่มีจีเอสพี การส่งออกสินค้าเหล่านี้ต้องเสียภาษีนำเข้าสหรัฐในอัตราปกติ 10-15% หรือคิดเป็นมูลค่า 2,500 ล้านบาท เท่ากับว่า ผู้ส่งออกไทยต้องเสียภาษีนำเข้าทั้งที่ไม่ควรจะเสียมาตั้งแต่เดือนม.ค.2554 ทางภาคเอกชนเรียกร้องว่า ถ้าสหรัฐฯไม่ต่ออายุจีเอสพีให้กับไทย จะทำให้ความสามารถด้านการแข่งขันลดลงสำนักงานฯจึงเร่งแจ้งไปยังทางการสหรัฐฯให้ดำเนินการด่วน
อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกันไทยยังมีข่าวดีโดยทางการสหรัฐกำลังจะประกาศคืนเงินค้ำประกันการเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (ซีบอนด์) จากผู้ส่งออกกุ้งไทยมูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท หลังจากที่ไทยทำการเรียกร้องมานานหลายปี ซึ่งจะช่วยเรื่องสภาพคล่องของผู้ส่งออกได้
เช่น อินโดนีเซีย ปารากวัย เนปาล ศรีลังกา ทำหนังสือลงนามโดยเอกอัครราชทูตของทั้ง 9 ประเทศ
ด้านนายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและปฏิบัติการ บริษัท พรานทะเล กล่าวว่าไทยถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เป็นเวลา 4 ปีมาแล้ว และถูกยึดเงินค้ำประกันคิดเป็นเงินหลายพันล้านบาท โดยในส่วนของบริษัทวางซีบอนด์ไปแล้วหลายร้อยล้านบาท ทำให้บางรายขาดเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ แต่ในช่วงเดือน ก.ค.นี้ การวางซีบอนด์ในรอบแรกจะได้รับการคืนจากสหรัฐแล้วส่วนอีก 3 ครั้งยังไม่มีกำหนดคืน สำหรับการประกาศเก็บภาษีเอดีล่าสุด สหรัฐฯได้ลดอัตราจัดเก็บจากผู้ส่งออกกุ้งไทยลงเหลือ 0.7% จากปีก่อนที่เรียกเก็บ 2.61% ซึ่งจะทำให้การแข่งขันของกุ้งไทยในสหรัฐฯดีขึ้น เพราะคู่แข่งอื่นๆ เช่น เวียดนาม จีน อินเดีย เอกวาดอร์ ยังถูกเรียกเก็บในอัตราสูงกว่าไทยมาก







