
ผู้ใช้เบนซินอ่วม อุ้มก๊าซ พยุงแก๊สโซฮอล์
ในที่สุด สำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ก็อาศัยช่วงน้ำมันขาลง สั่งรีดเงินเบนซิน 91 เพิ่มอีก 50 สต./ลิตร เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2553 ให้ขยายเพดานสูงสุด อัตราจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของเบนซิน 91 จาก 6.20 บาท/ลิตร เป็น 7.50 บาท/ลิตร แต่ให้ค่อยๆ ทยอยเก็บจนครบตามเพดาน โดยดูจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นหลัก ช่วงไหนที่ราคาลดลงก็ให้เก็บเพิ่มได้ทันที
เหตุที่กบง. ต้องออกมติดังกล่าว เพราะเงินไหลเข้ากองทุนน้ำมันฯ ที่มีภาระหนักต้องอุ้มราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจีอยู่ในเวลานี้ ชักเริ่มตึงมือ เนื่องจากตัวเลขการนำเข้าสูงขึ้นทุกวัน จำเป็นต้องหาแหล่งเงินสำรองเพิ่มไว้ เพื่อกันขาดสภาพคล่อง
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังประสบความล้มเหลวจากการรณรงค์ให้ประชาชนใช้พลังงานทดแทน โดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ 91
การเก็บเงินจากน้ำมันเบนซิน 91 เพิ่ม จึงเป็นอีกทางเลือกในการกระตุ้นให้ผู้ขับขี่รถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถจักรยานยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ ที่สามารถเติมแก๊สโซฮอล์ 91 ได้ แต่โดยมากกลับเลือกเติมแก๊สโซฮอล์ 95 เพราะมั่นใจในประสิทธิภาพมากกว่า ยอมกลับใจมาเติมแก๊สโซฮอล์ 91 โดยใช้กลยุทธ์ถ่างราคาเบนซิน 91 ให้แพงกว่ามากขึ้น จากปัจจุบันราคาน้ำมันทั้งสองชนิดห่างกันแค่ 80 สต./ลิตร
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสนพ. กล่าวว่า การเพิ่มอัตราการจัดเก็บจากน้ำมันเบนซิน 91 อีกลิตรละ 50 สต. จากปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ที่ 6.20 บาท/ลิตร เป็น 6.70 บาท/ลิตร เพื่อต้องการให้ส่วนต่างราคาของแก๊สโซฮอล์ 91 ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 มาอยู่ที่ 1.50 บาท/ลิตร จากปัจจุบันต่างกันอยู่ลิตรละ 80 สต. คาดว่าจะทำให้ยอดการใช้แก๊สโซฮอล์ 91 มีอัตราเพิ่มขึ้น
การปรับโครงสร้างดังกล่าวทำให้อัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของน้ำมันแก๊สโซฮอล์เปลี่ยนแปลงดังนี้ แก๊สโซฮอล์ 95 เก็บเพิ่มขึ้นจาก 2.27 บาท/ลิตร เป็น 3.80 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เก็บลดลงจาก 1.67 บาท/ลิตร เหลือ 1.40 บาท/ลิตร
ส่วนแก๊สโซฮอล์ อี20 ชดเชยราคาลดลงจาก 46 สต./ลิตร เหลือ 40 สต./ลิตร และแก๊สโซฮอล์ อี85 ชดเชยเพิ่มขึ้นจาก 10.30 บาท/ลิตร เป็น 11 บาท/ลิตร ในขณะที่อัตราการจัดเก็บของดีเซล (บี2) ยังอยู่ที่ 85 สต./ ลิตร และบี5 ยังได้รับการชดเชยราคาอยู่ที่ 85 สต./ลิตร ตามอัตราปกติ
ผลจากการปรับโครงสร้างยังทำให้เกิดการปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันใน 3 ชนิด คือ ปรับลดราคาดีเซล และบี5 ลิตรละ 50 สต./ลิตร ส่วนแก๊สโซฮอล์ 91 ปรับลดลง 70 สต./ ลิตร สำหรับราคาน้ำมันชนิดอื่นๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง
“
ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ลดลง ทำให้มีโอกาสในการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ เพิ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเบนซิน หากพิจารณาจากค่าการตลาดสามารถปรับลดราคาได้ถึง 1 บาท/ลิตร แต่เพื่อให้โครงสร้างราคาน้ำมันมีความเหมาะสมจึงอาศัยจังหวะนี้ ทยอยเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ของเบนซิน 91 ไปก่อน 50 สต./ลิตร ซึ่งจะไม่กระทบกับผู้ใช้น้ำมัน โดยจะทำให้มีเงินไหลเข้ามาเพิ่มอีกเดือนละ 190 ล้านบาท” นายวีระพล กล่าวขณะเดียวกัน ยังทำให้ส่วนต่างราคาแก๊สโซฮอล์ 95 กับแก๊สโซฮอล์ 91 ราคาห่างกัน 1.50 บาท/ลิตร จูงใจให้เกิดการใช้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ผู้ค้าน้ำมันสนใจที่จะหันมาจัดจำหน่ายน้ำมันประเภทนี้ เนื่องจากได้รับค่าการตลาดที่ดีด้วย
ด้านนายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับลดลงมาถึง 4 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่การปรับราคาขายปลีกมีเพียง 3 ชนิด คือ แก๊สโซฮอล์ 91 ดีเซล และบี5 เท่านั้น เนื่องจากสนพ. มีการปรับอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ ใหม่ เฉพาะในกลุ่มของเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ทำให้ส่วนต่างราคาของแก๊สโซฮอล์ 95 กับแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มมากขึ้น เป็น 1.50 บาท/ลิตร น่าจะเป็นแรงจูงใจให้ผู้ใช้น้ำมันหันมาเติมมากขึ้น
ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์ยังไม่นิยมเติมแก๊สโซฮอล์ 91 มากนัก แต่จะเติมแก๊สโซฮอล์ 95 มากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยังไม่มีความมั่นใจผลกระทบที่จะมีกับเครื่องยนต์ประกอบกับส่วนต่างราคาก็มีเพียง 80 สต./ลิตรเท่านั้น แต่เมื่อกระทรวงพลังงานใช้นโยบายด้านราคามาจูงใจแบบนี้ก็น่าจะทำให้ยอดการใช้เพิ่มขึ้นมากกว่าวันละ 3.8 ล้านลิตร







