
ธปท.เปิดไมโครไฟแนนซ์
ให้กู้ไม่เกิน2แสนดีเดย์1มิ.ย.ไฟเขียวคิดดอกเกิน28%ได้
ให้กู้ไม่เกิน2แสนดีเดย์1มิ.ย.ไฟเขียวคิดดอกเกิน28%ได้
ธปท.คลอดเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ กำหนดให้กู้ได้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย ดอกเบี้ย 28% ต่อปี แต่เปิดให้คิดคาธรรมเนียมอื่นๆเพื่อให้คุ้มความเสี่ยงได้ เริ่มบังคับใช้ ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกประกาศแจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งรับทราบแนวกำหนดการปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์นำไปเป็นกรอบปฏิบัติหากสนใจจะทำธุรกรรมนี้
ทั้งนี้ กำหนดให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ให้ลูกค้ารายย่อยกู้ได้ไม่เกิน 2 แสนบาทต่อราย และให้คิดดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28% ต่อปี เท่ากับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลในปัจจุบัน
อย่างไรก็ดี ถึงธปท.จะกำหนดกรอบการคิดดอกเบี้ยไว้ไม่เกิน 28% แต่เนื่องจากสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์มีความเสี่ยงสูงเพดานดอกเบี้ยที่กำหนดไว้อาจไม่คุมความเสี่ยงและต้นทุน เพราะสามารถปล่อยกู้ต่อรายได้ในวงเงินที่น้อย ซึ่งอาจไม่มีธนาคารพาณิชย์สนใจให้กู้ตามนโยบายการผลักดันของธปท. ดังนั้นธปท.จะเปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์ที่สนใจให้กู้สามารถคิดดอกเบี้ย ค่าบริการ และเบี้ยปรับต่างๆ ได้ตามที่จ่ายไปจริง และสมควรแก่เหตุ ซึ่งอาจจะสูงกว่า 28% ได้ตามความเสี่ยงของลูกค้า แต่ห้ามเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
นอกจากนี้ ธนาคารที่สนใจให้บริการต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ด้านการดำรงเงินกองทุน เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดการคิดค่าบริการต่างๆ ให้ประชาชนผู้บริโภครับทราบโดยง่าย หากจะเปลี่ยนแปลงการคิดค่าบริการใดต้องแจ้งให้ผู้บริโภครับทราบล่วงหน้าก่อน 30 วัน และต้องมีช่องทางให้ผู้บริโภคร้องเรียนปัญหาในการรับบริการต่างๆ ได้ รวมทั้งต้องนำส่งรายงานการดำเนินงานแก่ ธปท.ทุกไตรมาสด้วย
“ธปท.กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มิ.ย.นี้เป็นต้นไป” นายประสารกล่าว
ทั้งนี้ แผนการผลักดันให้เกิดบริการสินเชื่อไมโครไฟแนนซ์ เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ระยะที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสทิธิภาพในการเข้าถึงบริการของประชาชนผู้บริโภคได้มากขึ้นและมีความคล่องตัวมากขึ้น
นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ธนาคารจะเดินหน้าธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ต่อเพื่อดึงลูกค้าที่อยู่นอกระบบเข้าสู่ระบบมากขึ้น ทั้งในส่วนของสินเชื่อแม่ค้าในตลาดสดและสินเชื่อสำหรับผู้ด้อยโอกาส ผ่านทาง “ศรีสวัสดิ์” ซึ่งเป็นธุรกิจในเครือ โดยที่ผ่านมาสินเชื่อในกลุ่มนี้ขยายตัวได้ดีและลูกค้ามีวินัยทางการเงินดี
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ธนาคารกำลังทำกลยุทธ์ใหม่ในการทำไมโครไฟแนนซ์ โดยจะเน้นลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย 2 กลุ่ม คือ 1.พ่อค้า แม่ค้าในตลาดสด 2.คนงานในโรงงานและคนงานภาคเกษตร
ในเบื้องต้นกำหนดเงื่อนไขเป็นการปล่อยสินเชื่อแบบบุคคลรายละไม่เกิน 1-3 แสนบาท คิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่อัตราลูกค้ารายย่อย หรือเอ็มอาร์อาร์ บวก 8.9% หรือเท่ากับ 15.9%
ที่ผ่านมาได้เริ่มโครงการนำร่องแล้วที่ จ.นครราชสีมา นครปฐม เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี หากได้ผลจะขยายทั่วประเทศ โดยไมโครไฟแนนซ์ จะเข้าไปทดแทนสินเชื่อนอกระบบที่คิดดอกเบี้ยและทวงหนี้โหด







