
RPCเท2พันล้านซื้อโรงกลั่น
หาวัตถุดิบใหม่ดันมาร์จินเพิ่มMINTซื้อหุ้นออสเตรเลีย65%
หาวัตถุดิบใหม่ดันมาร์จินเพิ่มMINTซื้อหุ้นออสเตรเลีย65%
RPC เตรียมเทกโอเวอร์โรงกลั่น ใช้ 2,000 ล้าน เข้าถือหุ้น 80% หาแหล่งวัตถุดิบ หลัง PTTAR ไม่ต่อสัญญา
แหล่งข่าวที่ปรึกษาทางการเงินบริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ (RPC) เปิดเผยว่า ทาง RPC ได้เซ็นบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (เอ็มโอยู) เพื่อซื้อกิจการบริษัท สยามกัลฟ์ ปิโตรเคมีคัล (SGPC) ซื้อหุ้นในสัดส่วน 80% และที่เหลืออีก 20% ยังถือโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิม คาดว่าจะใช้เงินลงทุนครั้งนี้ประมาณ 2,000 ล้านบาท และน่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือน ส.ค.นี้
สำหรับ SGPC มีโรงกลั่นที่มีกำลังการผลิตประมาณ 5 หมื่นบาร์เรลต่อวัน และกำหนดเงื่อนไขว่า ทาง RPC จะต้องจำหน่ายน้ำมันบางส่วนให้กับสถานีบริการคอสโม ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ SGPC
สาเหตุที่ RPC ตัดสินใจเข้าซื้อกิจการของ SGPC เนื่องจากต้องการแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบประเภทกากน้ำมันดิบและคอนเดนเสท เรสสิดิว ซึ่งปกติบริษัทรับซื้อจากบริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) แต่สัญญาซื้อขายวัตถุดิบดังกล่าวกำลังจะหมดลงในวันที่ 31 ม.ค. 2555 และทาง PTTAR แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่ต่อสัญญาออกไปอีก จนทำให้เกิดข้อพิพาทที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุญาโตตุลาการ และไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในเร็ววัน
ทั้งนี้ แม้ว่ากระบวนการซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) จะยังไม่เรียบร้อย แต่ล่าสุด RPC ได้เซ็นสัญญารับซื้อกากน้ำมันดิบและคอนเดนเสท เรสสิดิว จาก SGPC จำนวน 5,0001.5 หมื่นบาร์เรลต่อวันมาสำรองไว้ก่อน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่กระบวนการเข้าซื้อกิจการล่าช้าเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้
“วัตถุดิบสำรองที่ได้มีคุณภาพดีกว่าที่รับซื้อจาก PTTAR ซึ่งจะทำให้บริษัทมีอัตรากำไรที่ดีขึ้นด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย
ด้านบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) เปิดเผยว่า บริษัทได้ซื้อหุ้นบริษัท Oaks Hotels & Resorts Limited จากผู้ถือหุ้นทั่วไปได้จำนวน 11% รวมกับหุ้นที่บริษัทมีอยู่แล้ว 54.3% ทำให้ถือหุ้นทั้งหมด 65% และบริษัทได้ขยายเวลาเปิดรับซื้อหุ้นถึงวันที่ 3 มิ.ย. 2554
ทั้งนี้ Oaks เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย (ASX:OAK)
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่ารายได้ไตรมาส 2 จะสูงกว่าไตรมาสแรกที่ 648 ล้านบาท แต่จำนวนไร่ที่ขายได้จะใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ขายได้ 246 ไร่ เนื่องจากไตรมาส 2 บริษัทขายที่อมตะนครได้มากกว่า ซึ่งปกติราคาที่ดินอมตะนคร ราคา 5 ล้านบาทต่อไร่ ซึ่งสูงกว่าอมตะซิตี้ที่ 2.6 ล้านบาทต่อไร่
“บริษัทขายที่ดินได้แล้ว 300-400 ไร่ ซึ่งแม้จะยังไม่ถึงครึ่งทางของเป้าหมายทั้งปีที่ 1,500-1,800 ไร่ ยังไม่รวมการขายให้ลูกค้าจีนที่ Holley แนะนำมาประมาณ 1,000 ไร่ แต่บริษัทมียอดรอโอน (แบ็กล็อก) 1,900 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้เป็นรายได้ภายในปีนี้ประมาณ 90%” นายวิบูลย์ กล่าว







