posttoday
ยุคทองค้าปลีกไทยรับเอเชียขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

ยุคทองค้าปลีกไทยรับเอเชียขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

24 พฤษภาคม 2554

จากงานประชุมวิชาการปัญญาภิวัฒน์ครั้งที่ 1

จากงานประชุมวิชาการปัญญาภิวัฒน์ครั้งที่ 1

เรื่อง “พลวัตค้าปลีกในกระแสโลกาภิวัตน์” จัดโดยสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ มีกูรูด้านเศรษฐกิจและธุรกิจค้าปลีกร่วมส่องกล้องมองอนาคตทิศทางค้าปลีกไทยในยุคโลกาภิวัตน์ ที่ภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็น “หมากตัวสำคัญ” ในกระดานเศรษฐกิจโลกนับจากนี้ไป

สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวถึงแนวโน้มค้าปลีกในกระแสโลกาภิวัตน์ ว่า ช่วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน เศรษฐกิจหลักในสหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ถือเป็นกลุ่มประเทศหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แต่ในปัจจุบันกลุ่มประเทศดังกล่าวเริ่มถึงจุดอิ่มตัว ส่งผลให้ภาคการผลิตมีต้นทุนแพง

ยุคทองค้าปลีกไทยรับเอเชียขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก

 

รวมถึงกำลังซื้อที่พบว่ามีประชากรสูงวัยอายุ 40 ปีขึ้นไปมากขึ้น หรือเป็นสัดส่วน 30% ของประชากรประเทศ และมีรายได้จากเงินสวัสดิการของภาครัฐ ซึ่งคนกลุ่มนี้มักลงทุนภาคการเงินในด้านทองคำ ซึ่งกลุ่มประเทศที่พัฒนาเหล่านี้หากเติบโตเต็มที่ 2-3% ก็ถือว่าเก่งแล้ว

ขณะที่ประเทศกำลังพัฒนา ในปัจจุบันพบว่ามีอัตราการเติบโตเศรษฐกิจแบบพุ่งทะยาน ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญ หรือหัวรถจักรใหญ่ในการลากจูงเศรษฐกิจโลกนับจากนี้ไป ด้วยนักลงทุนต่างประเทศมองเห็นเป็นโอกาสจากตลาดใหม่ (อิเมอร์จินมาร์เก็ต) จากการบริโภคที่ยังต่ำอยู่ เช่น จีน อัตราการบริโภคยังไม่ถึง 50% และเตรียมแผนรองรับการขยายอัตราการบริโภคใน 4-5 ปีข้างหน้านี้ เพิ่มเป็น 40% รวมถึงการขยายตัวของภาคบริการเป็น 45% จากปัจจุบันอยู่ที่ 40% ต่างจากสหรัฐที่มีอัตราการบริโภคอยู่ที่ 75% เทียบกับจีดีพีโลก เป็นต้น

จากแนวโน้มดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงมากในเอเชีย ด้วยจำนวนเม็ดเงินที่ล้นโลก โดยเฉพาะสหรัฐที่พิมพ์ธนบัตรเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมา จะไหลเข้ามาในเอเชียมากขึ้น และจะทำให้ระบบโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์) อาทิ การขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) ในเอเชียดีขึ้นมาก ทำให้เกิดการขยายของตัวเมือง(เออร์เบินไรเซชัน) ส่งผลให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภคเปลี่ยน

เกิดกำลังซื้อใหม่ในกลุ่มคนชั้นกลางเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวเดี่ยวที่ขยายตัวและทำให้เกิด 5 ตัวแปรหลักในธุรกิจค้าปลีกที่ต้องติดตาม ภายใต้แนวคิด 5 เอฟ คือ 1.ฟู้ดแอนด์ฟัน 2. ฟาสต์แอนด์คอนวีเนียนซ์ 3.ฟายดิงออโพทูนิตี 4.ฟันด์แมนเนจเมนต์ และ 5.ฟอร์เอ็กซ์เพนชัน เพื่อเตรียมพร้อมกับโอกาสทองในตลาดอาเซียน

ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวในหัวข้อ “การปรับตัวของธุรกิจค้าปลีกไทยในปี 2554” ว่า ธุรกิจค้าปลีกต้องเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นับจากช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของบริษัทที่เปิดสาขาแรกเริ่ม 21 แห่ง และขยายไป 1,000 สาขา ซึ่งก็ยังต้องเผชิญวิกฤตใหม่ๆ จากคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อมที่เกิดขึ้น ทั้งมินิมาร์ต หรือดิสเคาต์สโตร์ จากเดิมเคยมียอดขาย 3.3 หมื่นล้านบาท ก็ลดลงจากการถูกคู่แข่งชิงส่วนแบ่งตลาดไป ทำให้บริษัทต้องพัฒนาสินค้าใหม่เข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น 100% จาก 10 รายการ เป็น 20 รายการ เพื่อให้ยอดขายไม่ตก

พร้อมกับที่บริษัทแม่ในประเทศญี่ปุ่นได้เข้ามาสอนการบริหารจัดการสินค้า ภายใต้แนวคิด “ส่งสินค้าตามความต้องการลูกค้า”จึงทำให้ร้านสาขาสามารถเจริญเติบโตได้ต่อไป จากนั้นบริษัทจึงได้นำกลยุทธ์บลูโอเชียนเข้ามาใช้ในช่วงที่มีการแข่งขันรุนแรง (เรดโอเชียน) ในตลาดค้าปลีก รวมทั้งพัฒนาร้านหนังสือบุ๊คสไมล์ ร้านเบเกอรี ที่ร้านเซเว่นฯ ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐ ไม่มีทำให้บริษัทรู้ถึงความต้องการของลูกค้าได้มากขึ้น จากการพัฒนาธุรกิจใหม่ เพื่อจับกลุ่มเป้าหมายระดับบีและซี เช่นการให้บริการชำระค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การมุ่งให้ความสำคัญในกลุ่มธุรกิจอาหารพร้อมทาน ชิลล์ฟู้ด แบรนด อีซี่โกลด์ ตั้งแต่67ปีก่อน เป็นต้น ส่งผลให้บริษัทมียอดขายในสาขาเดิมเติบโตได้ถึงหลัก 78% ในช่วงที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมธุรกิจใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น ธุรกิจด้านสุขภาพภายใต้ชื่อ เอ็กซตรา, ร้านกาแฟเบเกอรีอบสด แบรนด์ยูริ เป็นต้น ทำให้การเติบโตเป็นไปอย่างพอใจ และมีโอกาสก้าวกระโดดต่อในในธุรกิจค้าปลีก ที่บริษัทเตรียมพร้อมสู่7,0009,000 สาขา ในอนาคตข้างหน้านี้ โดยมีการเปลี่ยนแปลง เป็นพลวัตรสำคัญ ที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกต้องปรับตัว จากสิ่งที่รู้ล่วงหน้า เช่น ประชากรสูงอายุที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก กลุ่มครอบครัวเดี่ยวขยายตัวมากขึ้น ฯลฯ

แนวโน้มเศรษฐกิจทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน ที่กำลังจะเกิดขึ้น ล้วนกระทบตรงยังกำลังซื้อและภาคค้าปลีกประเทศไทย ที่ยังต้องจับกระแสอย่างใกลชิด เพื่อไม่ให้ตกยุคทองของเอเชียที่จะเกิดขึ้นตรงหน้าในไม่ช้านับจากนี้

เห็นได้ว่าจากปัจจัยภายนอกและภายในของค้าปลีกยุคโลกาภิวัตน์ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ส่งผลให้ค้าปลีกเอเชียน่าจะเติบโต รับกับที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเอเชียจะเป็นหัวจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ดังนั้นธุรกิจที่เกี่ยวข้องคงต้องปรับตัวให้โตไปพร้อมกับกระแสดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน