posttoday
กรณ์ชูบัตรเดบิตแห่งชาติ

กรณ์ชูบัตรเดบิตแห่งชาติ

24 พฤษภาคม 2554

ผู้มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คงจะรู้ดีว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์จะบังคับให้ลูกค้าทำบัตรเดบิตแทนบัตรเอทีเอ็ม โดยทยอยเลิกใช้บัตรเอทีเอ็มที่เป็นแถบแม่เหล็ก ให้ไปใช้บัตรเดบิตที่เป็นบัตรฝังชิปแทน

ผู้มีบัญชีเงินฝากออมทรัพย์คงจะรู้ดีว่า ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์จะบังคับให้ลูกค้าทำบัตรเดบิตแทนบัตรเอทีเอ็ม โดยทยอยเลิกใช้บัตรเอทีเอ็มที่เป็นแถบแม่เหล็ก ให้ไปใช้บัตรเดบิตที่เป็นบัตรฝังชิปแทน

ลูกค้าสามารถนำบัตรเดบิตไปใช้กดเงินสดในตู้เอทีเอ็มได้เหมือนบัตรเอทีเอ็ม และนำไปใช้ซื้อสินค้าในร้านค้าที่รับบัตรเครดิตได้เหมือนบัตรเครดิตทุกประการ ต่างกันที่บัตรเดบิตจะหักเงินจากบัญชีเงินฝากลูกค้าทันทีที่ใช้จ่าย แต่บัตรเครดิตธนาคารจะชำระเงินค่าสินค้าล่วงหน้าให้ก่อนแล้วมาเรียกเก็บจากลูกค้าในภายหลัง

ปัจจุบันมีลูกค้าที่ถือบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มมากกว่า 23 ล้านใบ ความซ้ำซ้อนของการใช้บัตรเครดิตนี้ ทำให้นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง มีนโยบายที่จะรวมบัตรทั้งสองประเภทเข้ามาเป็น “บัตรเดบิตแห่งชาติ” คือส่งเสริมให้ประชาชนใช้บัตรเดบิตแทนเงินสด เพื่อลดการใช้ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ลง

นายกรณ์ ให้เหตุผลว่า หากประชาชนหันมาใช้เงินพลาสติกมากขึ้น นอกจากจะมีความปลอดภัยที่จะไม่ต้องพกเงินจำนวนมากแล้ว ยังจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ธนบัตรและเหรียญที่ใช้ในระบบเศรษฐกิจลง ซึ่งเป็นเงินจำนวนมหาศาล และหากจะให้บัตรเดบิตแห่งชาติเกิด ก็ต้องให้แรงจูงใจ ซึ่งคิดว่าอาจจะใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มมาจูงใจ หากใช้บัตรเดบิตซื้อสินค้าก็จะลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้เจ้าของบัตร 1%

“วิธีการนี้จะช่วยให้การเลี่ยงภาษีมีน้อยลงด้วย เพราะการซื้อของด้วยเงินสดตรวจสอบไม่ได้ แต่การซื้อสินค้าด้วยบัตรเดบิตหรือบัตรเครดิตตรวจสอบการซื้อขายได้หมด ทำให้การรั่วไหลของภาษีลดลง ก็เอาเงินส่วนนี้มาให้ประโยชน์กับผู้ใช้บัตร” นายกรณ์ กล่าว

ดังนั้น เมื่อมีแนวคิดนี้ก็จะต้องทำให้ได้จำนวนมากจึงจะคุ้มทุน ต้องให้ธนาคารพาณิชย์หารือกัน เพื่อที่จะทำอย่างไรจะกระจายทรัพยากรคือตู้เอทีเอ็มและเครื่องรูดบัตรเครดิตตามร้านค้าไปให้มากขึ้นโดยไม่ต้องลงทุน แต่ให้พูลกันก็จะลดต้นทุนได้มาก 

อย่างไรก็ดี นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เรื่องการส่งเสริมการใช้บัตรเดบิตในการชำระค่าสินค้าและบริการให้มากขึ้นให้เป็นระบบเดียวกัน เป็นหนึ่งในแผนพัฒนาระบบการชำระเงินของ ธปท.อยู่แล้ว ส่วนฝ่ายการเมืองจะนำเอาเรื่องนี้มาหาเสียงหรือไม่ โดยส่วนตัวไม่ทราบ แต่เป็นเรื่องที่ ธปท.ดำเนินการอยู่

“นี่เป็นเรื่องดี เพราะ ธปท.ต้องพิมพ์ธนบัตรเพิ่มขึ้นอยู่เรื่อยๆ ปีหนึ่งๆ ต้องพิมพ์เพิ่มประมาณ 3,000 กว่าล้านฉบับ ถือเป็นต้นทุน แต่ถ้าสามารถหันมาใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ ในการชำระค่าสินค้า ซื้อของได้ เช่น บัตรพลาสติก ก็น่าจะช่วยลดต้นทุนได้มาก

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การส่งเสริมให้ใช้บัตรเดบิต จะไม่ส่งเสริมให้คนเป็นหนี้สินเหมือนบัตรเครดิต เนื่องจากไม่ใช่การส่งเสริมบัตรเครดิต เพราะคนมีบัตรเครดิตน่าจะมีจำนวนน้อยกว่าบัตรเดบิต และกว่าจะจ่ายเงินบัตรเครดิตก็ต้องมีคนจ่ายให้ก่อน 45 วันค่อยมาชำระทีหลัง แต่บัตรเดบิตจะหักบัญชีเงินฝากเลยและไม่ต้องเสียดอกเบี้ย

ในขณะที่บัตรเครดิตกว่าจะจ่ายเงินบัตรเครดิตก็ต้องมีคนจ่ายให้ก่อน 45 วันค่อยมาชำระทีหลัง ใช้ได้เลยถ้ามีเงินฝากในบัญชีธนาคารให้หัก ที่สำคัญไม่มีดอกเบี้ยด้วย แต่ในไทยมักจะใช้บัตรเพื่อเบิกเงินสดเป็นส่วนใหญ่กลายเป็นใช้บัตรเอทีเอ็มเท่านั้น ทั้งๆที่หลายประเทศมีการใช้ซื้อสินค้าซึ่งช่วยลดการใช้ธนบัตรลงได้ โดยของไทยถ้าจะส่งเสริมให้ใช้บัตรเดบิตก็ต้องมีการจูงใจ ให้นิยมใช้ และฝึกให้เกิดเป็นวัฒนธรรม ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ธปท.ดูอยู่ และอยากทำให้เป็นผลจริงจังมากขึ้น

“การผลักดันให้ใช้บัตรเดบิตมากขึ้น จากที่ผ่านมาธนาคารก็มีการผลักดันให้ถือบัตรมากขึ้นแล้วนั้น ก็ต้องดูผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เช่น ร้านค้ารับบัตร อยากรับหรือไม่ ถ้าเราสร้างความมั่นใจว่าเหมือนใช้เงินสด รับบัตรแล้วจะมีเงินโอนเข้าบัญชีแน่ๆ เขาก็น่าจะใช้ เพิ่มขึ้น และอีกอยางต้องดูพวกค่าธรรมเนียมที่เวลาใช้ต้องมีการหักค่าธรรมเนียม หรือในส่วนของประชาชน ถ้าเขาใช้แล้วมีความสะดวกสบาย หรือมีแรงจูงใจบ้าง อย่างบางประเทศ เช่นเกาหลีที่เขาให้ลดพวกภาษีมูลค่าเพิ่มได้ เป้นต้น ก็เป็นโจทย์ที่เราศึกษาอยู่ ขณะเดียวกันก้ต้องดูผู้ประกอบการออกบัตรด้วย ว่าทำอย่างไรให้เขาได้รายได้บ้าง “ นายประสารกล่าว

นายประสาร กล่าววา ขณะนี้ ธปท.กำลังดูสิ่งที่เกี่ยวข้อง ใน34 ส่วนนี้ก่อน เพื่อศึกษาพฤติกรรมและแรงจูงใจ ส่วนเรื่องการเมืองที่มีการนำเรื่องนี้มาหาเสียงหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ทราบ แต่เรื่องนี้ธปท.มีการคิดกันมาตั้งนานแล้ว โดยเฉพาะการใช้บัตรเดบิตเพื่อลดการใช้เงินสด

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธปท. อยู่ระหว่างการศึกษาการใช้ระบบการชำระเงินภายในประเทศของสถาบันการเงินร่วมกัน (โลคัล สวิตชิง) ในผลิตภัณฑ์เดบิตและบัตรเครดิต ซึ่งจะเป็นรูปแบบบัตรของสถาบันการเงินในประเทศที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ทำให้การใช้บัตรในประเทศช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมอีกทอดหนึ่งให้กับวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด ซึ่งจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของสถาบันการเงินในประเทศถูกลง ส่งผลดีกับผู้ถือบัตร แต่หากนำบัตรไปใช้ในต่างประเทศ จะยังคงเป็นรูปแบบคือส่งข้อมูลไปยังวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด.

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน