
ตลาดของเล่นโตรอบ3ปี
หลังการเมืองปีนี้ยังไม่รุนแรงลุ้นทั้งปีโต15%นิชิเวิร์ลสั่งลุย
หลังการเมืองปีนี้ยังไม่รุนแรงลุ้นทั้งปีโต15%นิชิเวิร์ลสั่งลุย
อุตฯ ของเล่น 9,000 ล้านฟื้น หลังการเมืองทุบติดกัน 3 ปี นิชิเวิร์ล ยิ้มไตรมาสแรกพุ่ง 50% เล็งนำเข้าแบรนด์ใหม่เพิ่ม
นายสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชิเวิร์ล ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ของเล่น กล่าวว่า อุตสาหกรรมของเล่นในประเทศไทยมูลค่า 8,000-9,000 ล้านบาทในปีนี้ กลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อนหน้า ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมืองมีการใช้ความรุนแรง ทำให้อุตสาหกรรมไม่เติบโตมาตลอดทั้ง 3 ปี โดยเฉพาะในช่วงปิดเทอมเดือน มี.ค.-เม.ย. ซึ่งเป็นฤดูขายดี หรือพีกซีซันของสินค้า ช่วงนั้นเหตุการณ์ทางการเมืองรุนแรงขึ้นมาพอดี
“ปีนี้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าค่อนข้างดี ด้วยสภาวะเศรษฐกิจ การเมือง การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ ขณะที่อุตสาหกรรมของเล่นได้รับผลกระทบในไตรมาสแรกติดต่อกันมา 3 ปี ทำให้ตัวเลขการเติบโตในปีนี้ค่อนข้างดี” นายสุทธิชัย กล่าว
สำหรับนิชิเวิร์ล ในไตรมาสแรกมียอดขายเพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเชื่อว่าโดยรวมทั้งปีจะมีอัตราการเติบโต 40% จากปีที่แล้ว ขณะที่ตลาดรวมอุตสาหกรรมของเล่นในประเทศไทย คาดว่าจะกลับมาเติบโต 10-15% จาก 3 ปีก่อนหน้านี้ที่ไม่ขยายตัว
นายสุทธิชัย กล่าวว่า สำหรับปีนี้นิชิเวิร์ลมุ่งทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น เพื่อรองรับกำลังซื้อที่กลับมาขยายตัว โดยจะเปิดตัวสินค้าของเล่นนำเข้าแบรนด์ใหม่อีก 6 แบรนด์ จากปัจจุบันที่จำหน่ายอยู่ 15 แบรนด์ อาทิ แมทเทล เจ้าของผลิตภัณฑ์บาร์บี้และฮอตวีล จะมีแบรนด์ใหม่ เช่น กรีน แลนเทิล ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์จากภาพยนตร์ชื่อเดียวกันที่จะเข้าฉายในเดือน ต.ค.นี้
น.ส.ณัฐธิรา ยงรักเกียรติ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท นิชิเวิร์ล ดูแลผลิตภัณฑ์แมทเทล กล่าวว่า ปีนี้ในส่วนของผลิตภัณฑ์บาร์บี้และฮอตวีล ได้เพิ่มงบตลาดอีก 35% เพื่อทำตลาดในปีนี้ โดยจะมีกิจกรรมตลาดใหญ่ 4-5 แคมเปญ เริ่มด้วยโครงการบาร์บี้ ไอ แคน บี เพื่อโปรโมตผลิตภัณฑ์ตุ๊กตาบาร์บี้ในแง่ของการส่งเสริมทักษะ ความรู้ และอาชีพให้กับเด็กๆ
นอกจากนี้ ยังได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ โดยผลิตภัณฑ์ฮอตวีลได้วางจำหน่ายในเซเว่นอีเลฟเว่นและร้านซีเอ็ด ขณะที่ผลิตภัณฑ์บาร์บี้ได้วางจำหน่ายในไฮเปอร์มาร์เก็ต เป็นต้น ซึ่งคาดว่าปีนี้ยอดขายของผลิตภัณฑ์แมทเทลจะเพิ่มขึ้น 35% เป็นการเติบโตอย่างแข็งแรงเมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อน ที่เติบโตปีละ 10%







