posttoday
เรื่องเดียวหลากประเด็น : Asset Allocation หัวใจของการลงทุน 2

เรื่องเดียวหลากประเด็น : Asset Allocation หัวใจของการลงทุน 2

08 กุมภาพันธ์ 2553

สินทรัพย์แต่ละประเภทมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันไป เราสามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมได้

สินทรัพย์แต่ละประเภทมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันไป เราสามารถปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมได้

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ กรรมการสมาคมนักวิเคราะห์และผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บล.ธนชาต

สัปดาห์ก่อนได้เล่าสู่กันฟังว่า ขนาดของตลาดการเงินไทยเล็กมากๆ ไม่ถึง 1% ของตลาดการเงินโลก แล้วทำไมคนไทยต้องจำกัดตัวเองให้ลงทุนเฉพาะอยู่ในเมืองไทยเท่านั้น การออกไปลงทุนในต่างประเทศเท่ากับเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากกลุ่มสินทรัพย์ที่หลากหลายกว่า และช่วยลดความเสี่ยง เนื่องจากเป็นเรื่องยากมากที่จะคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำว่า สินทรัพย์ใดจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา

สัปดาห์นี้มาต่อกันเลยครับ ก่อนอื่นขอสรุปจุดเด่นและจุดด้อยของสินทรัพย์แต่ละประเภทก่อน ดังนี้
 

การลงทุน

มักดีเมื่อ

มักไม่ดีเมื่อ

เงินสดและสินทรัพย์คล้ายเงินสด

เกิดความไม่แน่นอน

ดอกเบี้ยสูง

เงินเฟ้อ

ดอกเบี้ยต่ำ

ตราสารหนี้

เศรษฐกิจชะลอตัว

เกิดความไม่แน่นอน

ดอกเบี้ยสูงสุดและกำลังจะลดลง

เงินเฟ้อ

ดอกเบี้ยต่ำสุดและกำลังจะสูงขึ้น

หุ้น

เศรษฐกิจเติบโตหรือฟื้นตัว

ดอกเบี้ยต่ำ

เศรษฐกิจชะลอตัวหรือตกต่ำ

ดอกเบี้ยสูง

สินค้าโภคภัณฑ์

เศรษฐกิจเติบโตหรือฟื้นตัว

เงินเฟ้อ

ดอลลาร์อ่อนค่า

เศรษฐกิจชะลอตัวหรือตกต่ำ

เงินฝืด

ดอลลาร์แข็งค่า

ทองคำ

เงินเฟ้อ

ดอลลาร์อ่อนค่า

เกิดความไม่แน่นอน

 

ดอลลาร์แข็งค่า

อสังหาริมทรัพย์

เศรษฐกิจเติบโตหรือฟื้นตัว

เงินเฟ้อ

ดอกเบี้ยต่ำ

เศรษฐกิจชะลอตัวหรือตกต่ำ

ดอกเบี้ยสูง

จะเห็นได้ว่า สินทรัพย์แต่ละประเภทมีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันไป เราสามารถปรับพอร์ตการลงทุนโดยเลือกใช้สินทรัพย์เหล่านี้ให้เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ แม้จะเป็นเรื่องไม่ง่ายนักก็ตาม

คราวนี้มาดูกันต่อว่า สินทรัพย์แต่ละประเภทให้ผลตอบแทนและมีความเสี่ยงอย่างไร

ตารางแสดงผลตอบแทนและความเสี่ยงของสินทรัพย์แต่ละประเภท น่าสังเกตว่า การลงทุนที่มีเสี่ยงสูงขึ้น ไม่จำเป็นเสมอไปที่จะได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นตามไปด้วย เช่น ความผันผวนของดัชนีหุ้นไทยในช่วงปี 1999-2009 สูงถึง 28.86% แต่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเพียง 10.74% ต่อปี ขณะที่การลงทุนในอีเมอร์จิงมาร์เก็ต อสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกและทองคำต่างให้ผลตอบแทนดีกว่า ทั้งยังผันผวนต่ำกว่าด้วย

จากการศึกษาย้อนกลับไปในช่วงดังกล่าวยังพบว่า การลงทุนแบบผสมผสานทำให้ความเสี่ยงต่ำลง เพราะสินทรัพย์ต่างประเภทมีความสัมพันธ์ต่อกันไม่สูง จากตารางพบว่า การลงทุนแบบผสมผสานทำให้ความเสี่ยงลดลงจาก 14.47% เป็น 11.41% ในช่วงปี 1999-2009 และลดลงจาก 15.03% เป็น 12.36% ในช่วงปี 2003-2009
 
ข้อมูลนี้ตอกย้ำว่า พอร์ตที่กระจายการลงทุนออกไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายและมีสไตล์การลงทุนแบบเกาะดัชนีอ้างอิง (Diversified Passive Fund) จะให้ผลตอบแทนไม่หวือหวา แต่ความเสี่ยงจะต่ำลง

นอกจากนั้น นักลงทุนยังสามารถเลือกพอร์ตลงทุนแบบผสมผสานในสไตล์บริหารแบบ Active ที่ต้องใช้ฝีมือของผู้จัดการกองทุน เพื่อโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงขึ้น แต่จะมีความเสี่ยงสูงขึ้นเล็กน้อย

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศ และความเสี่ยงจากกฎเกณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะกรณีมาบตาพุด และ 3G จึงเป็นเรื่องที่น่าพิจารณาอย่างจริงจังที่คนไทยจะกระจายการลงทุนส่วนหนึ่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งอาจลงทุนผ่านกองทุน FIF ที่บลจ.ต่างๆ เสนอขายอยู่

ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องยากไม่น้อยที่จะต้องศึกษาและตัดสินใจเลือกนโยบายการลงทุนที่มีอยู่หลากหลายมาก แถมต้องคอยปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะกับสภาวะแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

T-MAP กองทุนเปิดธนชาต Multi Asset Portfolio เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ โดยผู้จัดการกองทุนจะเลือกลงทุนกับ Active Funds ที่เด่นในแต่ละประเภทการลงทุน เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่า ผสมผสานกับการลงทุนใน Passive Funds และคอยปรับน้ำหนักการลงทุนให้เป็นระยะ

กองทุนนี้มีความยืดหยุ่นในการลงทุน สามารถปรับเปลี่ยนน้ำหนักการลงทุนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนเพื่อสร้างวินัยในการลงทุน
 
กองทุน T-MAP มีนโยบายลงทุนในหุ้น (50%) ตราสารหนี้ (30%) สินค้าโภคภัณฑ์ (15%) อสังหาริมทรัพย์ (5%) ที่เหลือเป็นเงินสดหรือมันนี่มาร์เก็ต

ทั้งนี้ น้ำหนักในหุ้นและตราสารหนี้สามารถเหวี่ยงขึ้น/ลง จากนโยบายได้ 20% ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์และอสังหาริมทรัพย์เหวี่ยงได้ 10% และ 5% ตามลำดับ ส่วนมันนี่มาร์เก็ตเหวี่ยงได้ในช่วง 0-55%

(หมายเหตุ : หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thanachart fund.com)

ในส่วนที่กระจายออกไปลงทุนในต่างประเทศ นักลงทุนอาจใช้กองทุน T-MAP เป็นพอร์ตหลัก แล้วปรับน้ำหนัก|การลงทุนให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ เช่น รับความเสี่ยงได้น้อยกว่าเกณฑ์ปกติ อาจเพิ่มการลงทุนในกองทุนที่ลงทุนใน Global Bond หรือถ้าชอบการเติบโตของเศรษฐกิจจีน หรือชอบทองคำ น้ำมัน เป็นพิเศษ ก็อาจเพิ่ม|น้ำหนักการลงทุนในกองทุน FIF ที่มีนโยบายลงทุนเฉพาะในจีน ทองคำ หรือน้ำมัน เป็นต้น

ขณะนี้คนไทยทั่วๆ ไปสามารถออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น ผ่านกองทุน FIF ที่มีนโยบายการลงทุนที่หลากหลาย อย่างไรก็ดี ก่อนออกไปจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาถึงความเสี่ยงและผลตอบแทนอย่างรอบคอบ เพื่อให้เหมาะสมกับตัวเราจริงๆ โจทย์นี้ฝากเป็นการบ้านให้แต่ละท่านหาคำตอบให้ตัวเองนะครับว่า เหมาะการนโยบายการลงทุนแบบไหน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน