
ชงรัฐบาลใหม่ผุดสถานีส่งสินค้า
คมนาคมเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ อนุมัติสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ 8 แห่ง เปลี่ยนโหมดจากถนนเป็นระบบราง
คมนาคมเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ อนุมัติสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ 8 แห่ง เปลี่ยนโหมดจากถนนเป็นระบบราง
นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมและรายงานผลโครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้น สถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์เพื่อการจัดการโลจิสติกส์ ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เบื้องต้นเห็นว่า ควรมีการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าดังกล่าวทั่วประเทศ 8 แห่ง ซึ่งจะช่วยเป็นการเปลี่ยนระบบการขนส่งทางถนนมาเป็นระบบราง โดยเตรียมเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาอนุมัติโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการที่สถานีนาทา จ.หนองคาย เป็นอันดับแรก และแบ่งการดำเนินการออกเป็นช่วงๆ โดยระยะแรกคาดว่า จะก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ระหว่างปี 2554-2562 ให้สามารถรองรับสินค้าให้ได้ 3 หมื่นทีอียู หรือประมาณ 30% ของตู้สินค้าที่กระจายรอบ จ.หนองคาย ประมาณ 1 แสนทีอียู
การเลือกพื้นที่ดังกล่าวเนื่องจากติดชายแดน อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนการพัฒนาเป็นศูนย์กลางของการขนส่งสินค้าในภูมิภาค และมีปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านชายแดน โดยเฉพาะสินแร่ทองแดงจากลาวสู่ท่าเรือศรีราชา และข้าวมอลล์จากท่าเรือฝั่งอ่าวไทยไปยังลาว รองรับการขนส่งออกยางพารากว่า 2 ล้านไร่ ในภาคอีสานด้วยผลผลิตกว่า 1.9 แสนตัน จากนั้นในระยะที่ 2 ระหว่างปี 2562-2577 จะเพิ่มขึ้นเป็น 9 หมื่นทีอียูต่อปี ใช้พื้นที่ 200 ไร่ ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ที่มีรองรับการขยายพื้นที่ได้อย่างต่อเนื่อง
การลงทุนในระยะเวลา 30 ปี มูลค่าโครงการกว่า 1,700 ล้านบาทนั้น คาดว่าจะให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ 19.23% เพิ่มสัดส่วนการขนส่งจากทางถนนเป็นทางรถไฟจาก 2% เป็น 10% ลดต้นทุนโลจิสติกส์จาก 16.8% ต่อจีดีพีให้เหลือน้อยกว่า 10% ในอนาคต รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาการขนส่งสินค้าและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ
สถานีดังกล่าวจะเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า เป็นศูนย์เชื่อมต่อเปลี่ยนถ่ายรูปแบบของการขนส่ง เป็นสถานที่เพิ่มคุณค่าและคลังสินค้า
จากการศึกษาภาพรวมพบว่า การก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์จะมีจุดคุ้มทุนในระยะห่างของการก่อสร้างสถานีประมาณ 250 กม.ต่อแห่ง โดยท่าเรือแหลมฉบังเป็นจุดศูนย์กลาง ส่วนจุดก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ จ.หนองคาย ขอนแก่น อุบลราชธานี ลำปาง พิษณุโลก ประจวบคีรีขันธ์ สงขลา และนครสวรรค์







