
ยอดรถพ.ค.ร่วง4เดือนโต36%
ตลาดรถยนต์ คาดเดือน พ.ค. ยอดจำหน่ายลดลงตามกำลังการผลิตที่ลด หวังเลือกตั้งใหม่บูมเศรษฐกิจระยะสั้น
ตลาดรถยนต์ คาดเดือน พ.ค. ยอดจำหน่ายลดลงตามกำลังการผลิตที่ลด หวังเลือกตั้งใหม่บูมเศรษฐกิจระยะสั้น
นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศไทยจะลดลงในเดือน พ.ค.ที่จะถึงนี้ หลังจากเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ม.ค.เม.ย.ที่ผ่านมา เป็นผลมาจากการปรับลดกำลังการผลิตตั้งแต่ช่วงปลายเดือน เม.ย. ของค่ายรถญี่ปุ่น ซึ่งมียอดจำหน่ายรวมกันมากกว่า 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายอดจำหน่ายคงลดลงไม่มากนัก เนื่องจากการยุบสภาเพื่อการเลือกตั้งใหม่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น จากงบประมาณที่ใช้จัดการเลือกตั้งและหาเสียง ซึ่งจะส่งผลให้การบริโภคและการใช้จ่ายในประเทศขยายตัวได้ดีขึ้น
ทั้งนี้ ยอดจำหน่ายรถยนต์สะสมในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ มีปริมาณการขาย 305,902 คัน สูงสุดเป็นสถิติใหม่ของยอดขายสะสม 4 เดือนแรก ด้วยอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้น 36.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยตลาดรถยนต์นั่งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 48.2% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 28.4%
“การเติบโตดังกล่าว สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ดี ทั้งจากการขยายตัวในภาคการลงทุน การผลิต และการส่งออก ประกอบกับรูปแบบสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่หลากหลาย ซึ่งเอื้อต่อการตัดสินใจซื้อ ตลอดจนความนิยมอย่างต่อเนื่องในรถยนต์รุ่นใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์นั่ง” นายวุฒิกร กล่าว
สำหรับยอดจำหน่ายในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีปริมาณทั้งสิ้น 67,283 คัน เพิ่มขึ้น 17.8% ประกอบด้วย รถยนต์นั่ง 30,953 คัน เพิ่มขึ้น 17.8% รถเพื่อการพาณิชย์ 36,330 คัน เพิ่มขึ้น 17.7% รวมทั้ง รถกระบะขนาด 1 ตัน ในเซ็กเมนต์นี้จำนวน 31,272 คัน เพิ่มขึ้น 20.8%
การเติบโตในเดือนที่ผ่านมานับเป็นการเติบโตต่อเนื่องเดือนที่ 20 แม้ว่าจะมีผลกระทบในเรื่องของการลดกำลังการผลิตจากปัญหาเหตุการณ์สึนามิในช่วงปลายเดือนก็ตาม โดยรถยนต์นั่งยังเติบโตจากความนิยมอย่างต่อเนื่องของรถยนต์นั่งขนาดเล็กและรถยนต์ประหยัดพลังงาน ขณะที่รถเพื่อการพาณิชย์ขยายตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น







