posttoday
เสนอพื้นที่ปัตตานีให้ยักษ์ผลิตเหล็กลงทุน

เสนอพื้นที่ปัตตานีให้ยักษ์ผลิตเหล็กลงทุน

18 พฤษภาคม 2554

สถาบันเหล็กฯ เสนอพื้นที่จ.ปัตตานีให้เจเอฟอีพิจารณาลงทุนโครงการเหล็กต้นน้ำ ขณะที่นโยบายใหญ่ต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ ด้านเจเอฟอีรอได้ พร้อมประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจหลังแผ่นดินไหวญี่ปุ่น

สถาบันเหล็กฯ เสนอพื้นที่จ.ปัตตานีให้เจเอฟอีพิจารณาลงทุนโครงการเหล็กต้นน้ำ ขณะที่นโยบายใหญ่ต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจ ด้านเจเอฟอีรอได้ พร้อมประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจหลังแผ่นดินไหวญี่ปุ่น

นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทเจเอฟอี สตีล 1 ใน 4 ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สนใจเข้ามาลงทุนโครงการเหล็กต้นน้ำในไทย ได้เข้ามาสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว ซึ่งสถาบันฯ แจ้งว่าต้องรอรัฐบาลใหม่ตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องโครงการ และได้นำเสนอพื้นที่จังหวัดปัตตานีให้เป็นทางเลือกของเจเอฟอี โดยทางเจเอฟอีรับทราบและจำนำเรื่องกลับไปหารือเพื่อให้คำตอบอีกครั้ง

“ทางเจเอฟอีมีการปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ใหม่ที่ไทยจึงมาแนะนำและได้ถือโอกาสหารือในเรื่องความคืบหน้า ซึ่งไทยเองก็ต้องแจ้งข้อเท็จจริงว่าผลการศึกษาพื้นที่คงต้องรอรัฐบาลใหม่เข้ามาตัดสินใจระดับนโยบายอีกครั้ง โดยทางเจเอฟอีเองยืนยันว่าไทยยังคงเป็นประเทศแรกที่จะตัดสินใจลงทุนอยู่เช่นเดียวกัน ส่วนอีก 3 รายที่เหลือ คือนิปปอน สตีล  อาร์ซีลอร์ มิททอล  และ บาว สตีล ก็ยังไม่แจ้งที่จะยกเลิกแต่อย่างใด” นายวิกรม กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทเจเอฟอีระบุว่า ขณะนี้เป็นจังหวะที่กำลังหาจุดสมดุลที่จะต้องกลับไปประเมินตลาดใหม่อีกรอบหลังจากเกิดกรณีแผ่นดินไหวที่ญี่ปุ่น เพื่อประมวลภาพเศรษฐกิจโลกให้ชัดเจนอีกครั้งจึงยังมีเวลาที่จะรอคำตอบจากไทย และยังคงมองว่าไทยมีโอกาสในการพัฒนาดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เนื่องจากไทยมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งยานยนต์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์รองรับอยู่แล้วส่วนหนึ่ง ที่เหลือจึงเป็นการมองส่งออกในตลาดภูมิภาคที่ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง

สำหรับกรณีพื้นที่ปัตตานีที่เสนอไปให้ทางเจเอฟอีพิจารณานั้น เนื่องจากล่าสุดทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ได้เสนอพื้นที่มาให้เป็นทางเลือก โดยเรื่องนี้ทางสถาบันฯรับทราบเบื้องต้นแล้วแต่ข้อเท็จจริงคงจะต้องเข้าไปสำรวจว่าชาวบ้านจริงๆ สนับสนุนมากน้อยเพียงใดเพราะไม่ต้องการให้เกิดปัญหาภายหลังได้

อย่างไรก็ตามผลการศึกษาพบว่าโครงการเหล็กต้นน้ำมีความต้องการพื้นที่ใกล้ทะเลขนาด 5,000-6,000 ไร่ มีท่าเรือขนส่งระวางน้ำลึกไม่ต่ำกว่า 20 เมตร และต้องการปริมาณน้ำที่ใช้ในอุตสาหกรรมถึง 1 แสนลูกบาศก์เมตรต่อวัน ซึ่งจากความพร้อมในเชิงกายภาพของจังหวัดปัตตานี จะทำให้รัฐบาลสามารถลดเงินลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานสาธารณูปโภคต่างๆ ลงได้ จากที่เคยประเมินว่ากรอบการลงทุนโครงการเหล็กต้นน้ำในประเทศจะต้องใช้เม็ดเงินราว 6 หมื่น -1 แสนล้านบาท

“หากการลงทุนเหล็กต้นน้ำไปอยู่ที่ปัตตานีสำคัญคนในพื้นที่ต้องสนับสนุน และจำเป็นที่จะต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยที่ดี และอาจต้องให้สิทธิประโยชน์ค่อนข้างสูงแก่นักลงทุนจากนั้นผู้ลงทุนจะต้องเข้าไปประสานและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเพื่อวางแผนการลงทุนกลับมาเสนอรัฐบาลอีกครั้ง”นายวิกรม กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน