
สินค้าไทยโดนกฎเหล็ก
มาตรการเอ็นทีเอ็มบีบ24ชนิดคุมเข้มสารปนเปื้อนผักผลไม้
มาตรการเอ็นทีเอ็มบีบ24ชนิดคุมเข้มสารปนเปื้อนผักผลไม้
“พาณิชย์” เผย 3 เดือนแรกสินค้าไทย 24 รายการโดนกฎเหล็กเอ็นทีเอ็ม คุมเข้มคุณภาพสินค้า
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปี (ม.ค.มี.ค. 2554) ประเทศคู่ค้าไทยใช้มาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีเอ็ม) กับสินค้าส่งออกของไทยรวม 24 รายการ
มาตรการเอ็นทีเอ็มที่ออกมาของแต่ละประเทศที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอาหาร ได้แก่ 1.กฎหมายความปลอดภัยสินค้าอาหารฉบับปรับปรุงใหม่ของสหรัฐครอบคลุมอาหารทุกชนิดยกเว้นเนื้อวัว หมู ไก่และไข่
สำหรับแคนาดาได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎระเบียบการรายงานเชื้อโรคและสุขอนามัยให้ครอบคลุมสัตว์น้ำผู้นำเข้า สัตวแพทย์ และผู้ตรวจทดสอบในห้องปฏิบัติการ ขณะที่อียูเพิ่มความเข้มงวดการตรวจสอบสารตกค้าง แมลงศัตรูพืชและเชื้อจุลินทรีย์ในพืช โดยและผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ส่งผลให้สินค้าผักของไทยได้รับผลกระทบ 5 หมวด 16 รายการ เช่น ถั่วฝักยาว มะเขือม่วง และผักตระกูลกะหล่ำ พริก
นอกจากนี้ ประเทศฮ่องกงอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงระเบียบนำเข้า Poultry Egg ให้รวมถึงไข่ของสัตว์ปีกที่มีเปลือกและปอกเปลือกแล้ว โดยต้องระบุข้อมูล ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขทะเบียนฟาร์มผู้ผลิตและโรงงานแปรรูป รวมทั้งข้อความว่าสินค้ามาจากเขตปลอดโรคไข้หวัดนก
ทั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นมาตรการที่เน้นการตรวจเข้มสารตกค้างในสินค้าทั้งเกษตรและอุตสาหกรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรและอาหาร 4 มาตรการ ได้แก่ 1.กฎหมายความปลอดภัยสินค้าอาหารฉบับปรับปรุงใหม่ของสหรัฐฯ ครอบคลุมอาหารทุกชนิด ยกเว้นเนื้อวัว หมู ไก่และไข่
มาตรการดังกล่าวจะระงับการจดทะเบียนโรงงานผลิต หากพบว่าอาหารที่นำเข้านั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค 2.แคนาดา ได้แก้ไขเพิ่มเติมกฎระเบียบการรายงานเชื้อโรคและสุขอนามัยให้ครอบคลุมสัตว์น้ำ ผู้นำเข้า สัตวแพทย์ และผู้ตรวจทดสอบในห้องปฏิบัติการ
นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า หากแยกเป็นรายประเทศพบว่าอียูมีการออกมาตรการเข้มงวดมากที่สุดถึง 11 มาตรการ ในจำนวนนี้อิตาลีและอังกฤษออกมาตรการเข้มงวดกว่าระเบียบของอียูในการบังคับติดฉลากแสดงแหล่งกำเนิดสินค้าอาหารทุกประเภท
และอังกฤษเอง โดยสมาคมผู้ค้าปลีกได้ออกมาตรฐาน BRC Issue 4 เน้นการลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของสารเคมีจากวัสดุบรรจุภัณฑ์สู่อาหาร
ด้านมาตรการของสหรัฐได้บังคับใช้ในหลายมลรัฐ เช่น นิวยอร์ก อิลลินอยส์ วิสคอนซิน มินนิโซตาแมริแลนด์ แมสซาซูเซตส์ คอนเนกทิคัต และวอชิงตัน ออกระเบียบห้ามใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายต่อเด็กและสิ่งแวดล้อมในการผลิตภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะสำหรับเด็กทารก
นอกจากนี้ ในประเทศอื่นๆเช่น แคนาดา ออกระเบียบเข้มงวดการใช้สารตะกั่วในผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก สีและสารที่ใช้เคลือบผลิตภัณฑ์ มาเลเซีย ออกระเบียบการติดฉลาก 3พี คือ คุณภาพ การบรรจุ และติดฉลากในสินค้าพืช ผักและผลไม้
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศออสเตรเลียออกประกาศห้ามจำหน่ายสินค้าที่มีลักษณะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคเป็นการถาวร เช่น ของเล่นที่มีสาร Phthalate (DEHP) เกิน 1% ไฟแช็กที่มีลักษณะเหมือนของเล่น เป็นต้น
“มาตรการเอ็นทีเอ็มที่ออกมาส่งผลกระทบต่อสินค้าในหมวดเกษตรและอาหารของไทยเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเอกชนจะต้องระมัดระวังเรื่องนี้ให้มาก” นายสุรศักดิ์ กล่าว







