posttoday
Crisis Watch

Crisis Watch

18 พฤษภาคม 2554

ดอกส้มสีทองในไอเอ็มเอฟ

ดอกส้มสีทองในไอเอ็มเอฟ

โดย..เอกชัย นิตยาเกษตรวัฒน์

เรื่องจริงที่ยิ่งกว่านิยาย เมื่อนายโดมินิก สเตราคานห์ กรรมการผู้จัดการกองทุนระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ (International Monetary Fund : IMF) ถูกตำรวจนิวยอร์กจับ และนำตัวขึ้นศาลในข้อหาล่วงละเมิดทางเพศ พยายามข่มขืนและข้อหาอื่นๆ อีกหลายกระทง หลังจากไปทำรุ่มร่ามกับพนักงานโรงแรมในนิวยอร์ก ก่อนจะหนีขึ้นเครื่องบินกลับประเทศฝรั่งเศส

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น คือ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายสเตราคานห์ ได้ทำความผิดในทำนองนี้ โดยได้ทำความผิดซ้ำซากทั้งที่เปิดเผยและยอมรับผิดไปแล้ว กับอีกหลายกรณีที่เริ่มทยอยออกมาให้สาธารณชนได้รับรู้

จนทำให้รู้สึกว่าผู้กระทำความผิดในทำนองนี้ มักไม่ค่อย “สำนึกผิด” ไม่เคย “หลาบจำ” และไม่รู้จัก “ยับยั้งชั่งใจ” แม้จะรู้ถึงผลลัพธ์ที่ตามมาเมื่อถูกจับได้

ขนาดคนอย่างสเตราคานห์ ซึ่งมีต้นทุนทางสังคมสูงมาก ทั้งจากตำแหน่งหน้าที่ในปัจจุบัน ที่มีบทบาทในการกำหนดกติกาของระบบเศรษฐกิจและการเงินโลก และประสบการณ์ที่เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ยังไม่สามารถทะลวงผ่านด่านทางกามรมณ์ได้ ทั้งที่รู้ทั้งรู้ว่าผลที่ตามมาจะสร้างความเสียหายให้กับตน ครอบครัว และองค์กรได้มากแค่ไหน

ดังนั้น จะนับประสาอะไรกับ “คนธรรมดา” ที่มีต้นทุนทางสังคมไม่สูงและยังมีต้นทุนคุณธรรมในระดับต่ำ จะมา “ติดกับนรก” กับอารมณ์ชั่ววูบที่อาจทำลายอนาคตทั้งชีวิต จึงเป็นข้ออ้างที่ค่อนข้าง “ไม่เข้าท่า” ของคนทำละคร “ดอกส้มสีทอง” หรือละครอื่นทำนองนี้ ที่พยายามสอดแทรกบทยั่วยุทางกามารมณ์ และชอบอ้างว่าทำให้ “สมจริง” เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเป็นเรื่องจริงในสังคม และ “ทำเพื่อสอนใจ” คนดู ว่าถ้าทำผิดทำนองคลองธรรมทางเพศแล้วจะต้องรับกรรมที่ตามมา

ถ้าดูจากกรณีจริงของนายสเตราคานห์ แล้วจะเห็นว่า ไม่ว่าจะ “สอน” ยังไงคงไม่มีใคร “เก็ต” (Get) และให้ความสำคัญกับ “บทเรียน” ที่พูดถึง มีแต่จะ “ตอกย้ำ” และเป็นตัวอย่างให้คนไขว้เขวว่าเป็นเรื่อง “ธรรมดา” ที่เกิดขึ้น “บ่อยๆ” ในสังคมสมัยใหม่ และกว่า “ผลกรรม” จะตามสนอง “คนชั่ว” เหล่านั้นก็สร้างความเสียหายให้กับคนอื่นมากมาย

และถือเป็น “คราวซวย” ของประเทศกรีซและโปรตุเกส ที่กรณีอื้อฉาวของผู้นำไอเอ็มเอฟเกิดขึ้น ในช่วงที่ทั้งสองประเทศกำลังต้องการความช่วยเหลืออย่างแสนสาหัส เพราะเรื่องนี้คงกระทบต่อชื่อเสียงและการดำเนินงานของไอเอ็มเอฟไม่มากก็น้อย เห็นได้จากการที่ตลาดหุ้นในยุโรปปิดติดลบไปตามๆ กันทันทีที่รับทราบข่าวนี้ เพราะเป็นข่าวที่ทำลายความน่าเชื่อถือและศรัทธาในไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีบทบาทเป็นผู้จัดระบบการเงินและกำกับกติกาทางเศรษฐกิจของโลก

ถ้าย้อนทบทวนวิกฤตเศรษฐกิจและระบบการเงินที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากวิกฤตด้านศีลธรรมของผู้นำและบุคลากรในแวดวงการเงินที่ลุ่มหลงกับตัณหาความโลภในรูปแบบต่างๆ และความพยายามให้ได้มาซึ่งความสมปรารถนาในส่วนของตน โดยไม่คำนึงถึงผลเสียต่อส่วนรวม และเมื่อเกิดปัญหาขึ้น ผู้คนต่างคาดหวังความช่วยเหลือจากไอเอ็มเอฟ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือด้วย “คุณธรรม”

แต่ถ้ากระบวนการคัดเลือกผู้นำขององค์กรดังกล่าวที่ไม่ได้อิงระบบคุณธรรม จะทำให้คนเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าความช่วยเหลือของไอเอ็มเอฟจะถูกหยิบยื่นให้ด้วยคุณธรรม และผู้ที่เข้ารับการช่วยเหลือจะต้องปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบ ให้สมกับที่ได้รับความช่วยเหลือท่ามกลางความปั่นป่วนของสถานการณ์ทางการเงินในยุโรปจากปัญหาหนี้สาธารณะ ที่อาจลุกลามไปทั่วภูมิภาค ซึ่งยิ่งต้องใช้ระบบคุณธรรมและผู้นำที่มีศีลธรรมในการแก้ปัญหา เพราะมีเพียงระบบคุณธรรมที่คนจะให้ความเชื่อถือ และเชื่อมั่นว่าปัญหาจะไม่หวนกลับมาอีก

ประเทศไทยขณะนี้ก็อยู่ระหว่างคัดเลือกผู้นำ คงต้องคำนึงถึงระบบคุณธรรมให้มาก สส.ที่ไม่มีศีลธรรมและคุณธรรมอย่าเลือกให้มาเป็น “ดอกส้มสีทอง” ในสภาเลย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน