posttoday
โลว์เร่งขยายฐานลูกค้าใหม่

โลว์เร่งขยายฐานลูกค้าใหม่

18 พฤษภาคม 2554

โลว์ เร่งสร้างความพร้อมสู่การโฆษณาตามวิถีชีวิตแบบไร้การรอคอย หลังปี 2558 ผู้ใช้อินเตอร์ไทยแตะ 52% พร้อมเร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ กระตุ้นรายได้ปีนี้โต 6 – 8%

โลว์ เร่งสร้างความพร้อมสู่การโฆษณาตามวิถีชีวิตแบบไร้การรอคอย หลังปี 2558 ผู้ใช้อินเตอร์ไทยแตะ 52% พร้อมเร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ กระตุ้นรายได้ปีนี้โต 6 – 8%

นายเจเรมี ไฮน์ ประธานบริหาร บริษัท โลว์ ประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทได้ทำการวิจัยพบว่า หากประเทศไทยมีการใช้อินเตอร์ความเร็วสูง หรือ 3จี จะส่งผลให้อัตราการใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเป็น 52% ในปี 2558 จาก 33% ในปัจจุบัน ซึ่งจะส่งผลให้ผู้บริโภคทั่วไปหาศึกษา ทำงาน ซื้อสินค้าจากตลาดอี-คอมเมิร์ซ ผ่านมือถือสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แบบออนไลน์เรียลทามมากยิ่งขึ้น โดยพฤติกรรมของผู้บริโภคจะเปลี่ยนสู่วิถีชีวิตที่เรียกว่า การใช้ชีวิตแบบไร้การรอคอย (Nowise) ไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลความรู้ การซื้อสินค้า การสนทนากับเพื่อน เป็นต้น จะเกิดขึ้นทันทีทันใด

โลว์เร่งขยายฐานลูกค้าใหม่ เจเรมี ไฮน์

ทั้งนี้ บริษัทจึงเตรียมความพร้อมด้วยการต้องศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อปรับการทำงานให้เข้ากับวิถีชีวิตในรูปแบบดังกล่าว ผ่านกลยุทธ์การดึงความสนใจ ไปสู่การแนะนำ ส่งต่อ คอมเมนต์ การโพสต์ข้อความต่อๆ ไป และการเป็นผู้ให้บริการสื่อโฆษณาแบบวัน สต็อป เซอร์วิส โดยกลุ่มเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงไปสู่พฤติกรรมดังกล่าวได้รวดเร็วที่สุด คือ กลุ่มคนอายุ 17 – 34 ปี ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะเกิดขึ้นในปี 2559 หรือเร็วกว่านั้นก็ได้

สำหรับแผนการดำเนินงานของบริษัทในปีนี้ จะเดินหน้ารักษาฐานลูกค้าเก่าที่เป็น บริษัทข้ามชาติ เช่น ยูนิลิเวอร์, ธนาคารเอชเอสบีซี, บิ๊กซี เป็นต้น และบริษัทไทย เช่น ธนาคารไทยพาณิชย์, เซเลบอส เป็นต้น รวมไปถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ ซึ่งในขณะนี้บริษัทกำลังการเสนองานวางแผนและซื้อสื่อโฆษณาให้กับ 3 บริษัท ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ซึ่งจะเปิดเผยเมื่อดำเนินงานเสร็จสิ้นแล้ว

“เป้าหมายในการดำเนินงานในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตทางด้านรายได้ไว้ที่ 6 – 8% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงเมื่อเทียบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยังถดถอย โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่ต้องประสบปัญหาเรื่องต้นทุนสินค้าที่สูงขึ้น และงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ถูกลงลด แต่การรักษาฐานลูกค้าเก่าและขยายฐานลูกค้าใหม่จะช่วยให้เป้าหมายของบริษัทเป็นไปตามเป้าอย่างแน่นอน” นายเจเรมี กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวคิดที่จะเรียกเก็บค่าจ้างในการเสนองาน วางแผน และซื้อสื่อโฆษณาจากลูกค้าแบ่งตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น เช่น หากบริษัทสามารถช่วยให้ลูกค้ามีรายได้เพิ่มขึ้น หรือมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น บริษัทจะต้องแบ่งรายได้ดังกล่าวให้บริษัทตามที่ตกลงกันไว้ที่ 5 – 10% ซึ่งเป็นระบบการจ้างงานที่เป็นสากลแทนการจ้างงานแบบเหมาจ่ายเป็นครั้งๆ ไปอันเป็นรูปแบบที่ใช้กันอยู่ในตลาดปัจจุบัน 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน