
ไฟแนนซ์ทูเดย์
ขณะที่สรรพากรโชว์ตัวเลขเก็บรายได้เกินเป้า
ขณะที่สรรพากรโชว์ตัวเลขเก็บรายได้เกินเป้า
แต่กลับมีเสียงร้องเรียนจากร้านค้ารายเล็กรายน้อยว่าถูกสรรพากรพื้นที่ขยายฐานภาษีจนอ่วม ล่าสุด สุทธิรา จันทรศร แม่ค้าขายน้ำอัดลม กาแฟ โอเลี้ยง ที่โรงอาหารในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ถูกหนังสือโนติสไล่บี้จากผู้บริหารสรรพากรพื้นที่ 14 กทม. แจ้งให้ประเมินรายได้เพิ่มจากปีละ 3 แสนบาท เป็น 5 แสนบาท ทำให้ต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มจาก 1,600 บาท เป็น 3,000 บาท งานนี้มีเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ 14 ขู่ด้วย ว่าถ้าไม่จ่ายให้แม่ค้ารอจดหมายจากศาล ขณะที่เจ้าของร้านยืนยันว่ารายได้ไม่ถึง โธ่ คนหาเช้ากินค่ำพูดกันเบาๆ ก็ได้ ถ้าจะขยายฐานภาษีทำไมไม่ไปขูดเอากับบริษัทใหญ่ๆ ล่ะคร้าบ
เป็นที่แน่นอนแล้วว่า “ดร.โอ” โอฬาร ไชยประวัติ จะเข้าไปเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจให้พรรคเพื่อไทย พร้อมจะเป็นมือขวาถ้าได้นายกฯ หญิงชื่อ “ปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตอนนี้ ดร.โอเร่งเปิดตัวขายฝันนโยบายเป็นการใหญ่ วิ่งเข้าวิ่งออกทำงานที่สำนักงานใหญ่พรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ หลังซุ่มศึกษาโครงสร้างเศรษฐกิจกลั่นออกมาเป็นแนวทางให้ทักษิณ ชินวัตร เคาะ เช่น ลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 25% แต่บางนโยบาย เช่น ขึ้นค่าจ้าง 300 บาท ทาง ดร.โอก็ยังไม่โอเท่าไหร่
แม้จะเป็นพรรคเล็กแต่นโยบายเศรษฐกิจ “ใจใหญ่” มั่กๆ ก็ภูมิใจไทยเสนอให้ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 2% จาก 7% เหลือ 5% ไปเลย งานนี้สรรพากรโวยว่าสูญรายได้หลักแสนล้าน แต่ทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย มั่นใจว่าเงินลดภาษีนี้ตรงถึงมือประชาชนเลย คือมีผลกับเศรษฐกิจแบบทันทีทันด่วน พร้อมตั้งคำถามว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% น่ะ บริษัทเล็ก กลาง ใหญ่ เขาไปขอ “เคลม” คืนจากสรรพากรได้ แถมบางรายยังซื้อขายกันลับๆ แบบไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยซ้ำ แต่พอถึงเวลาตั้งราคาขายปลีก กลับมาบวกให้ผู้บริโภคต้องรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่มเฉยเลย
ไฟพรรคประชาธิปัตย์กำลังเป็นเสือลำบาก เพราะไม่สามารถหาหัวหน้าทีมเศรษฐกิจมือเจ๋งๆ มาประดับบารมีได้ เพราะทั้ง กรณ์ จาติกวณิช และอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แม้จะได้รับการยอมรับในฝีไม้ลายมือ แต่บอบช้ำจากนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามที่โจมตีไม่ยั้งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ขณะที่นโยบายหาเสียงของ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ก็ไม่จ๊าบ ไร้สีสัน ขาดจินตนาการ แถมยังเข้าใจว่าเข้าถึงยาก คนในพรรคมีการประเมินแล้วมีแค่นโยบายประกันรายได้เกษตรกรเท่านั้น ที่โดนใจรากหญ้า







